หุ้น Toyota Industries ผู้ผลิตรถยก พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์วันนี้ (15 ม.ค.) หลังจากที่ Toyota Motor เพิ่มราคา Tender offer เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในเครือ มากกว่า 15% เป็นมูลค่ารวมกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาหุ้น Toyota Industries พุ่งขึ้นเกือบ 6% มาอยู่ที่ 19,080 เยน ทะลุระดับราคาเสนอซื้อที่ปรับทวนใหม่ ขณะที่หุ้น Toyota Motor ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกตามยอดขาย ปรับขึ้นกว่า 2% Toyota Motor ระบุว่า ได้เพิ่มราคาข้อเสนอซื้อกิจการบริษัทในเครือเป็น 18,800 เยนต่อหุ้น (ราว 118.11 ดอลลาร์) จาก 16,300 เยนต่อหุ้นที่ประกาศไว้เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว เป็นการเดินหน้าแผนนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปีที่แล้ว Toyota Motor พยายามเข้าซื้อหุ้น Toyota Industries เป็นมูลค่า 4.7 ล้านล้านเยน โดยข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยเงินลงทุน 1,000 ล้านเยนจากอากิโอะ โทโยดะ ประธานบริษัท และเงินทุนจาก Toyota Motor ราว 700,000 ล้านเยนในหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ไม่มีสิทธิโหวต เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา Toyota Industries ระบุว่า ได้ขอให้มีการปรับราคาข้อเสนอให้สูงขึ้น โดยให้เหตุผลว่าความเป็นไปได้ที่ดีลดังกล่าวจะประสบความสำเร็จยังมีจำกัด อรุณ จอร์จ นักวิเคราะห์หุ้นจาก SmartKarma กล่าวว่า “แม้ข้อเสนอใหม่จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังถือว่าต่ำเกินไปในเชิงมูลค่า” 
เขาระบุว่า ราคาดังกล่าวยังต่ำกว่าช่วงกลางของมูลค่าประเมินที่บริษัทกำหนดไว้ บ่งชี้ว่า มูลค่าของบริษัทยังคงถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง โดย Toyota Industries ซึ่งเป็นบริษัทผู้ก่อตั้ง Toyota Motor ผลิตสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งรถยก เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และแม่พิมพ์โลหะ “ผมคาดว่า ดีลนี้จะมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก นี่เป็นดีลเข้าซื้อกิจการที่ตั้งราคาผิดพลาดมากที่สุดในญี่ปุ่นในรอบหลายปี อธิบายให้ชัด ผมคาดว่า จะมีความเคลื่อนไหวจากนักลงทุนเชิงรุก” ทราวิส ลุนดี นักวิเคราะห์อิสระ กล่าว ในรายงานยอดขายและการผลิตล่าสุด Toyota Motor ระบุว่า ยอดการผลิตรถยนต์ทั่วโลกลดลง 5.5% เหลือ 821,723 คันในเดือนพ.ย. ถือเป็นการหดตัวเมื่อเทียบรายปีครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ขณะที่ยอดขายทั่วโลกลดลง 2.2% เมื่อเทียบรายปี โดยยอดขายในจีนลดลง หลังจากรัฐบาลจีนลดเงินอุดหนุนการซื้อรถในบางภูมิภาค เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา Toyota Motor ประกาศแผนลงทุน 912 ล้านดอลลาร์ในโรงงานผลิตใน 5 รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนระยะยาวที่จะใช้เงินสูงสุดถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐภายในปี 2030 นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ยังเตือนถึงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากมาตรการภาษีของสหรัฐ โดยคาดว่าจะกระทบผลประกอบการราว 1.45 ล้านล้านเยน (มากกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับปีงบการเงินที่จะสิ้นสุดเดือนมี.ค. ที่มา CNBC 
|