30 เม.ย. 2569 13:25 น.บล.ทรีนีตี้ : KTB แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 34.00 บาทบล.ทรีนีตี้ : KTB แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 34.00 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI คาดปันผลดี ทำให้ยังพอเห็น Upside ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์. จากการประชุมนักวิเคราะห์ มีประเด็นสำคัญคือ. 1. ธนาคารมองสินเชื่อเติบโต 0-2% โดยในช่วงไตรมาสแรกสินเชื่อเติบโตจากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก แต่ในช่วงที่เหลือของปีคาดจะเติบโตในกลุ่ม SME และรายย่อยมากขึ้น. 2. ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ (Yield) เฉลี่ยสูงขึ้น ธนาคารคาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 จากผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้า แต่ใน 2H69 คาด NIM จะเริ่มฟื้นตัวได้หลังต้นทุนทางการเงินเริ่มลดลง . 3. คาด Credit Cost ที่ 75-110 bps (เราคาด 85 bps) โดยธนาคารมองระดับ NPL Coverage Ratio ที่เหมาะสมในระยะยาวไว้ที่ 170% ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 205% ซึ่งมีสำรองส่วนเกินที่ค่อนข้างสูง ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีจำนวนไม่มาก . 4. มีแผนจัดตั้ง JV AMC ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้สามารถระบาย NPL ออกไปได้บางส่วนแล้ว ยังทำให้ Credit Cost ลดลงในระยะยาว (เนื่องจาก LGD หรือ ค่าความสูญเสียจากการผิดนัดชำระหนี้ ลดลง) ยังคงประมาณการกำไรปี 69. เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 45,943 ล้านบาท อ่อนตัวเล็กน้อย 5% YoY โดยกำไรงวด 1Q69 คิดเป็นราว 27% ของประมาณการทั้งปี ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q69 คาดว่าจะอ่อนตัว QoQ แม้ว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจลดลง แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อาทิ กำไรจากเงินลงทุน และ ปันผลรับ ที่เป็นแรงหนุนหลักใน 1Q69 อาจลดลงจากฐานสูง คาดปันผลดี ทำให้ยังพอเห็น Upside. เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 34 บาท ด้วยราคาหุ้นที่อ่อนตัวไม่มากหลัง XD ทำให้ Upside จากราคาเป้าหมายเริ่มจำกัด แต่ธนาคารจะตั้งเป้าจะรักษา Dividend Payout ไว้ที่ 60% จากระดับเงินกองทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง (เราคาด Dividend Payout อาจสูงได้ถึง 70%) ทำให้ Dividend Yield ค่อนข้างสูงที่ราว 6-7% เมื่อรวมผลตอบแทนจากปันผลแล้ว ทำให้ยังพอเห็น Upside อยู่บ้าง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” นักวิเคราะห์ :ธนภัทร ฉัตรเสถียรเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194e-mail : tanapat@trinitythai.com efinAIReported byประน้อม บาร์เคอร์เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
คาดปันผลดี ทำให้ยังพอเห็น Upside ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์. จากการประชุมนักวิเคราะห์ มีประเด็นสำคัญคือ. 1. ธนาคารมองสินเชื่อเติบโต 0-2% โดยในช่วงไตรมาสแรกสินเชื่อเติบโตจากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก แต่ในช่วงที่เหลือของปีคาดจะเติบโตในกลุ่ม SME และรายย่อยมากขึ้น. 2. ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ (Yield) เฉลี่ยสูงขึ้น ธนาคารคาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 จากผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้า แต่ใน 2H69 คาด NIM จะเริ่มฟื้นตัวได้หลังต้นทุนทางการเงินเริ่มลดลง . 3. คาด Credit Cost ที่ 75-110 bps (เราคาด 85 bps) โดยธนาคารมองระดับ NPL Coverage Ratio ที่เหมาะสมในระยะยาวไว้ที่ 170% ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 205% ซึ่งมีสำรองส่วนเกินที่ค่อนข้างสูง ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีจำนวนไม่มาก . 4. มีแผนจัดตั้ง JV AMC ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้สามารถระบาย NPL ออกไปได้บางส่วนแล้ว ยังทำให้ Credit Cost ลดลงในระยะยาว (เนื่องจาก LGD หรือ ค่าความสูญเสียจากการผิดนัดชำระหนี้ ลดลง) ยังคงประมาณการกำไรปี 69. เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 45,943 ล้านบาท อ่อนตัวเล็กน้อย 5% YoY โดยกำไรงวด 1Q69 คิดเป็นราว 27% ของประมาณการทั้งปี ส่วนแนวโน้มกำไร 2Q69 คาดว่าจะอ่อนตัว QoQ แม้ว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจลดลง แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อาทิ กำไรจากเงินลงทุน และ ปันผลรับ ที่เป็นแรงหนุนหลักใน 1Q69 อาจลดลงจากฐานสูง คาดปันผลดี ทำให้ยังพอเห็น Upside. เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 34 บาท ด้วยราคาหุ้นที่อ่อนตัวไม่มากหลัง XD ทำให้ Upside จากราคาเป้าหมายเริ่มจำกัด แต่ธนาคารจะตั้งเป้าจะรักษา Dividend Payout ไว้ที่ 60% จากระดับเงินกองทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง (เราคาด Dividend Payout อาจสูงได้ถึง 70%) ทำให้ Dividend Yield ค่อนข้างสูงที่ราว 6-7% เมื่อรวมผลตอบแทนจากปันผลแล้ว ทำให้ยังพอเห็น Upside อยู่บ้าง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” นักวิเคราะห์ :ธนภัทร ฉัตรเสถียรเลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194e-mail : tanapat@trinitythai.com