ส่องกล้อง SAWAD : กำไร Q1/69 โต รับมาร์จิ้นพุ่ง-รถยึดลดช่วยพยุง โบรกฯ ลุ้นทั้งปี ทำนิวไฮ

รูป ส่องกล้อง SAWAD : กำไร Q1/69 โต รับมาร์จิ้นพุ่ง-รถยึดลดช่วยพยุง โบรกฯ ลุ้นทั้งปี ทำนิวไฮ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 พ.ค. 69 15:45 น.


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 18 พ.ค.69

ชื่อโบรก

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย (บาท)

บล.บัวหลวง

ซื้อ

36.00

บล.ฟิลลิป

ซื้อ

34.50

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส

ซื้อ

32.00

บล.เอเซียพลัส

Trading

25.00

บล.เคจีไอ

ถือ

23.10

บล.กรุงศรี

Reduce

21.00

สรุปปัจจัยบวก +

+ ผลประกอบการ 1Q69 เป็นไปตามคาดและเติบโตแข็งแกร่ง: รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ราว 1.3-1.34 พันล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น +18% ถึง +22% YoY และทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย +1% QoQ ซึ่งเป็นไปตามหรือดีกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดไว้ (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


+ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ขยายตัว: NIM และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 12.7% - 14.9% โดยได้อานิสงส์จากผลตอบแทนสินเชื่อ (Yield) ที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงิน/ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับราคา (Repricing) หุ้นกู้ (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


+ ผลขาดทุนจากการขายรถยึด (LOS) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลงราว 15% YoY อยู่ที่ประมาณ 1.8 พันล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนรถยึดที่ลดลงเหลือ 109 ล้านบาท หรือลดลงถึง 60% - 61% YoY (บล.บัวหลวง, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


+ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (C/I ratio) ลดลง: ตัวเลข C/I ratio ปรับตัวลดลงทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่กรอบประมาณ 37.7% - 43.5% สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดมากขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


+ มูลหนี้ Stage 2 และต้นทุนเครดิตลดลง QoQ: มูลหนี้ในกลุ่ม Stage 2 ปรับตัวลดลง 10% QoQ ขณะที่ Credit cost ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 2.2% (บล.เอเซียพลัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


+ คาดการณ์กำไรปี 2569 เติบโตทำสถิติใหม่ (New High): นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิเต็มปี 2569 ไว้ที่ราว 5.7 พันล้านบาท (+6% ถึง +14% YoY) โดยคาดหวังสินเชื่อจะกลับมาเติบโตและต้นทุนดอกเบี้ยลดลงอีก (บล.บัวหลวง, บล.ฟิลลิป)


สรุปปัจจัยลบ -

- คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และ NPL พุ่งสูงขึ้น: อัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 3.86% - 3.97% (จากสิ้นงวดปี 2568 ที่อยู่ราว 3.79% - 3.90%) โดยเพิ่มขึ้นทั้งจากพอร์ตเช่าซื้อและจำนำทะเบียน (บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


- ระดับการตั้งสำรอง (Coverage ratio) อยู่ในระดับต่ำ: อัตราส่วน Coverage ratio ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 52.6% - 59% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ทำให้ขาดส่วนรองรับหนี้เสียและมีความเสี่ยงหาก NPL ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส)


- ต้นทุนเครดิต (Credit cost) อยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย: Credit cost ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.2% ซึ่งยังคงทรงตัวในระดับสูง และสูงกว่าสมมติฐานรวมถึงเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ในกรอบ 1.8% - 2.0% (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ)


- การเติบโตของสินเชื่อชะลอตัว/หดตัว: พอร์ตสินเชื่อใน 1Q69 ค่อนข้างทรงตัวหรือหดตัวลง -0.4% QoQ โดยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลปรับตัวลดลง (บล.เอเซียพลัส, บล.ฟิลลิป, บล.เคจีไอ)


- ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและกลุ่มลูกหนี้เปราะบาง: มีความเสี่ยงจากต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น (Cost push inflation) และราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกหนี้ฐานรากและเกษตรกรที่เป็นพอร์ตหลักของบริษัท (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี)


- คาดการณ์กำไรปี 2569 มีแนวโน้มหดตัว: มีมุมมองเชิงลบว่ากำไรสุทธิปี 2569 อาจหดตัวต่อเนื่องราว -2% YoY จากความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่จำกัด Upside (บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี)


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย