ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการคาดการณ์ของนักลงทุนว่า เศรษฐกิจที่บอบช้ำของประเทศอาจกลับมาฟื้น โดยดัชนี Indice Bursatil de Capitalizacion (IBC) ทะยานขึ้นกว่า 130% หลังจากที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการบุกจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. การปรับตัวขึ้นของดัชนี IBC สะท้อนความหวังว่า เศรษฐกิจเวเนซุเอลาอาจเริ่มมีเสถียรภาพ หลังเผชิญปัญหาการบริหารจัดการที่ผิดพลาด มาตรการคว่ำบาตร และการผิดนัดชำระหนี้มาหลายปี โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ความหวังที่เพิ่มขึ้นว่ารัฐบาลใหม่อาจดึงดูดเงินทุน ช่วยฟื้นการผลิตน้ำมัน และทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ กลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ นักลงทุนเองก็แสวงหาโอกาสจากความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Teucrium ผู้ออกกองทุน ETF ในสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อจัดตั้งกองทุน ETF ซึ่งคาดว่าจะเป็นกองแรกที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา BMI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราเชื่อมั่นว่า เวเนซุเอลามีแนวโน้มจะคงอยู่ภายใต้ระบอบเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในแง่พฤติกรรม มากกว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบหรือการล่มสลายของระบบ เวเนซุเอลาที่อ่อนลงจะเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้ามาสร้างความเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค และเข้าถึงภาคน้ำมันในเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์อย่างมาก” ขณะที่แอนโทนี ซิมอนด์ (Anthony Simond) ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ Aberdeen ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า นักลงทุนเริ่มประเมินว่า การหลุดจากอำนาจของมาดูโรเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และอาจนำไปสู่ข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ในที่สุด นอกจากนี้ ยังระบุถึงอุปสงค์ที่มาจากนักลงทุนหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้จัดการกองทุนตลาดเกิดใหม่รายใหญ่ ไปจนถึงเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนด้านหนี้ด้อยคุณภาพที่มองหาโอกาสทำกำไรแบบ Asymmetric upside อย่างไรก็ตาม นักกลยุทธ์เตือนถึงข้อจำกัดของตลาดหลักทรัพย์เวเนซุเอลาว่ามีขนาดเล็ก สภาพคล่องต่ำ และเข้าถึงได้ยากสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ทำให้ความผันผวนของราคาสูงเป็นพิเศษ โดยดัชนี IBC พุ่งขึ้นถึง 1,644% ในปี 2025 ที่มา CNBC 
|