ธปท.ชี้ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ดันจีดีพีปี 69 โตแตะ 2.1% ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation

รูป ธปท.ชี้ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ดันจีดีพีปี 69 โตแตะ 2.1% ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 69 12:01 น.

“วิทัย” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ดันจีดีพีปีนี้โตเพิ่ม 0.6% ส่งผลให้ทั้งปีแตะ 2.1% ด้านเงินเฟ้อปีนี้รับบางช่วงอาจสูงได้ถึง 4-5% พร้อมจับตาสงครามตะวันออกกลางและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกใกล้ชิด ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาทนั้น คาดว่าจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2569 โตเพิ่ม 0.6% มาอยู่ที่ 2.1% จากเดิมคาด 1.5%

ขณะที่ปี 2570 คาดว่าจีดีพีจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.6% จากเดิมคาด 2% เป็นผลจากฐานที่สูงในปีนี้ จากการออกมาตรการต่างๆของรัฐบาล ยกเว้นจะมีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก

“ล่าสุดที่เราประเมินจีดีพี ภายใต้สมมติฐานกู้เงิน 300,000 ล้านบาท แต่ออกมาคือ 400,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้จะปรับเพิ่มขึ้น 0.6% ประเทศไทยมีเรื่องดี คือ การเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ FDI อยู่ในระดับสูง และเป็นสิ่งที่ประคองเศรษฐกิจ”นายวิทัย กล่าว

ส่วน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปล่าสุดที่ออกมาอยู่ที่ 2.89% เป็นไปตามที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ โดย ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในบางเดือนอาจสูงถึง 4-5% และจะพีคสิ้นปี อย่างไรก็ตามจากการออก พ.ร.ก. ดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 3-3.1% และคาดว่าปีหน้าเงินเฟ้อจะเข้าสู่ภาวะปกติและเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 1.4%

สิ่งที่ต้องจับตา คือ เรื่องของการลงทุนที่จะปรับเรื่องการใช้พลังงาน ออกมาเร็วหรือช้าเพียงใดของการใช้เงิน โดยการกระตุ้นการบริโภค 200,000 ล้านบาทแรก ยอมรับว่ามีผลต่อเงินเฟ้อบ้าง ขณะที่การลงทุนก็มีผลบ้างแต่ไม่มากนักสำหรับทั้งปี แต่จะมีผลต่อรายไตรมาส เช่นไตรมาส 3/2569 ที่จะมีโครงการคนละครึ่งพลัส 4,000 บาท แต่ทั้งปีเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ยืนยัน ไทย ยังไม่ อยู่ในภาวะ stagflation เพราะโดยนิยามเศรษฐกิจจะต้องตกต่ำเงินเฟ้อยืนอยู่ในระดับสูงเป็นระยะระยะยาว แต่สำหรับในประเทศไทยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นในปีนี้และจะทยอยลดลงในไตรมาส 2 ปีหน้า

“เรายังไม่อยู่ในภาวะที่ประเทศไทยมีปัญหาเรื่อง Stagflation โดยนิยาม คือ เศรษฐกิจจะต้องตกต่ำพอสมควร และมีเงินเฟ้อสูงขึ้น และยืนอยู่ในระยะยาวต่อเนื่อง ถ้าดูตามนิยามนี้ เราเชื่อว่า ณ วันนี้ที่ประเมิน เงินเฟ้อจะสูงขึ้นพอสมควรในปีนี้ และทยอยลดลงในไตรมาส 2/2569 จากฐานในไตรมาส 2 ปีนี้ ระดับราคาขึ้นสูงมาก ปีหน้าก็จะดีขึ้น ถ้าคิดแบบนี้ เชื่อว่า เงินเฟ้อไม่น่าจะอยู่ยาว”นายวิทัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง ดังนั้นก็มีความเสี่ยง Stagflation ที่ต้องติดตาม แต่วันนี้ยังมั่นใจว่ายังไม่อยู่ในภาวะ Stagflation แต่มีความเสี่ยงต้องติดตามและประเมิน

“ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น โดยประเทศไทยเงินเฟ้ออยู่ขอบล่าง ใต้กว่าขอบล่าง แต่หลายประเทศเงินเฟ้ออยู่เกินขอบบน ดังนั้นเขาจะมีปัญหามากกว่าเรา”นายวิทัย กล่าว

ตอนนี้ธปท.เร่งดำเนินการในหลายเรื่อง แต่ปัญหารอบนี้ หลักในการดำเนินการคือ ต้องใช้นโยบายการคลังเฉพาะจุด ส่วนมาตรการการเงินจะเป็นมาตรการกว้างๆ ซึ่งจะออกโครงการแก้ไข โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับเกณฑ์ SME credit boost เกี่ยวกับการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อใช้กับสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ เพื่อให้ค้ำประกันได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน ธปท.อยู่ระหว่างติดตามเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ ซึ่งปัจจุบันใช้มาตรการฟ้า ส้ม ก็จะนำมาใช้ได้

ความคืบหน้า Virtual Bank ทั้ง 3 ราย จะต้องจัดตั้งภายใน 1 ปี แต่ทั้งนี้ มีโอกาสที่จะขยายเวลาจัดตั้งได้อีก 1 ปี และเชื่อมั่นว่า ภายในสิ้นปีนี้จะจัดตั้งได้ 2 แห่งเป็นอย่างน้อย ส่วนกรณีที่เป็นข่าวอยู่ เชื่อว่าทุกแห่งพยายามปฏิบัติตามเกณฑ์ และธปท. จะต้องมาพิจารณาสิ่งที่เหมาะสม และเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

“ตอนให้ใบอนุญาต 3 รายไป คือ ต้องเปิดภายใน 1 ปี แต่สามารถขยายได้อีก 1 ปี เพราะต้องจัดระบบภายใน ทั้ง IT การบริหารความเสี่ยง ผู้บริหาร โครงสร้างองค์กร ว่าทำได้ตามเกณฑ์ใหม่ หากยังทำไม่ได้ ไม่เสร็จภายใน 1 ปี ตั้ง 1 แบงก์ก็มีความซับซ้อนก็ต้องทำ ก็ต้องพิจารณาว่าจะขยายให้ได้เมื่อไหร่ เท่าไหร่”นายวิทัย กล่าว

ส่วนความคืบหน้าของการปรับค่าธรรมเนียมของธนาคารนั้น อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็น ซึ่งอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบขั้นสุดท้าย และหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้ และประกาศอย่างเป็นทางการได้ แต่ทั้งนี้ การเริ่มต้น อาจเริ่มได้ตั้งแต่ ก.ค. เป็นต้นไป หรือ ทยอยได้แล้วแต่กรณี ซึ่งจะลดภาระให้กับรายย่อยและเอสเอ็มอีได้


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

ธปท.ชี้ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ดันจีดีพีปี 69 โตแตะ 2.1% ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation