นักค้าเงิน ประเมินความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อ ให้กรอบไว้ที่ 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หนุนทอง–น้ำมันพุ่ง ขณะสมาคมค้าทองขยับส่วนต่างทองแท่งเป็น 200 บาท ลดแรงขาดทุนร้านทอง กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าต่อ สวนทางดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และราคาทองคำรวมถึงราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน มีท่าทีปะทุขึ้นอีกครั้ง 
ทั้งนี้ การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯสิ้นสุดลงบางส่วน โดยจะจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิถึงวันที่ 13 ก.พ. ขณะที่หน่วยงานอื่นได้รับงบถึงสิ้นปีงบประมาณ 30 ก.ย. ด้านสมาคมค้าทองคำปรับ ‘ส่วนต่าง’ ราคาซื้อขายทองแท่งจาก 100 บาทเป็น 200 บาท เพื่อลดผลขาดทุนต่อร้านทอง ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.66 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.53 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าจากการที่ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง จากการที่ตลาดยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนกําลังประเมินผลกระทบจากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานคนต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ทําให้เกิดการประเมินใหม่เกี่ยวกับแนวทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตของสหรัฐฯ. สำหรับราคาทองคำในตลาดโลกเริ่มปรับตัวขึ้นจากสภาวะ Oversold โดยตลาดประเมินว่าราคาทองคำอาจเป็นแค่จังหวะ Rebound หากการฟื้นตัวยังไม่ผ่าน $5,140 ต้องระวังว่าอาจเป็นสัญญาณลงอีกครั้ง และทำให้ค่าเงินดอลลาร์อาจกลับขึ้นไปทดสอบระดับ 31.80 บาท/ดอลลาร์ ส่วนมาตรการของ ธปท.ในการดูแลการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการชำระราคาเป็นเงินบาท ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 โดยมาตรการกำหนดวงเงินการซื้อหรือขายทองคำไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม สำหรับการซื้อขายทองคำที่ชำระเป็นเงินบาท เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากธุรกรรมขนาดใหญ่ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องในระบบการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าจะช่วยลดความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดจากธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ในระยะสั้น สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวตามการปรับตัวของราคาทองคำและ Fund flow โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,550 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 878 ล้านบาท 
|