พาณิชย์เผยส่งออกไทยเดือนม.ค. 2569 มูลค่า 31.57 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24.4% รับอานิสงส์ดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่การนำเข้าโต 29.4% จับตาความผันผวนค่าเงินบาทและกติกาการค้าโลก นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 โดยมีรายละเอียดดังนี้ -การส่งออกของไทยที่ขยายตัวได้ ได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก 
-กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และส่วนประกอบ ยังขยายตัวได้ในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงในภูมิภาค “ในเดือนแรกสินค้าที่ให้เติบโต คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยังไม่มีการปรับประมาณการตัวเลขตอนนี้ ขอให้รอดู เดือนที่ 3 ก่อน”นายนันทพงษ์ กล่าว -การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 29.4% ดุลการค้า ขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ -การส่งออกขยายตัวระดับสูงและครอบคลุมเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย -แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การลงทุนและพัฒนา AI Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง -ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ ความตกลง FTA ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน -ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ -กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว -ส่วนการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ยังเดินหน้าเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยการรักษาผลประโยชน์ของคนไทยยังเป็นสิ่งที่จำเป็น “ผลกระทบในเรื่องภาษีทรัมป์ สินค้าบางตัวของผู้นำเข้าลดลง โอกาสในการที่จะนำเข้าสินค้าที่ลังเลอยู่มีแน่นอน ที่ต้องพึงระวัง วันนี้ภาษีลดจาก 19% มา 10% ศักยภาพในการแข่งขันของเราก็ต้องไปสู้กับคนที่ภาษีใกล้เคียงด้วย”นายนันทพงษ์ กล่าว 
|