โบรกฯ คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งกรอบ 1,245–1,265 จุด บรรยากาศซื้อขายเบาบางช่วงปลายปี มองแรงหนุนราคาน้ำมันที่ดีดขึ้นและกระแสเงินลงทุนโลกสลับจากหุ้น Tech สู่ Value เงินบาทอ่อนค่ากดดันจิตวิทยา SET แต่หนุนหุ้นส่งออก-ท่องเที่ยว แนะเก็งกำไรหุ้นได้อานิสงส์เงินบาทอ่อน ระยะกลางเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นรับการฟื้นตัวต้นปี 69 และ January Effect บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้แกว่งในกรอบต้าน 1261/1266 จุด 1250/1243 จุด ประเด็นกำหนดทิศทางตลาดเป็นกลาง แรงส่งกระแสเงินลงทุนโลกสลับจาก Tech ไป Value จากราคาน้ำมันดีดขึ้นเฉลี่ย +2.1% จิตวิทยาบวกต่อ SET vs จิตวิทยาลบเงินบาทสลับอ่อนค่า หุ้นธีมเด่นวันนี้ หุ้นน้ำมัน PTT, PTTEP หุ้นได้จิตวิทยาเงินบาทสลับอ่อนค่าหนุน ส่งออก ชิ้นส่วนฯ เกษตร CPF, GFPT ภาคบริการ ERW, CENTEL ทั้งนี้ ระยะกลาง SET กำลังจะก้าวข้ามปีแห่งมรสุม 2025 เชิงกลยุทธ์วันทำการสุดท้ายของปี 2025 เราแนะนำหาโอกาสทยอยสะสมหุ้นเพื่อรอฟื้นตัวต้นปี 2026F ลุ้น January Effect เน้นหุ้นในธีมภาคบริการฟื้นตัว (ท่องเที่ยว ค้าปลีก ร.พ.) ผสาน Election Rally CPALL, BDMS, MTC, PTTGC, GULF โดยมีแรงส่งท่องเที่ยวเร่งขึ้น ผสาน Election Rally กอปรกับแรงขาย LTF ที่คาดลดลงมีนัยฯ vs ปี 2025 
เงินบาทสลับอ่อนค่าตั้งแต่วานนี้ เช้านี้แกว่งในกรอบ 31.5-31.6 บาท โดยมีแนวต้านเทคนิคถัดไปที่ 31.9/32.5 บาท ประเมินจิตวิทยาลบต่อ SET แต่หนุนแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มส่งออก อาทิ เกษตรฯ, ชิ้นส่วนฯ และ ท่องเที่ยว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นการสลับกลุ่ม Tech ที่รอพัฒนาการลงทุน AI ไปยังกลุ่ม Value นำโดยพลังงาน, อสังหาฯ และสาธารณูปโภค จิตวิทยาบวกต่อ SET ที่มีหุ้น Value สูง จากราคาน้ำมันดีดขึ้นเฉลี่ย +2.1% หลังซาอุดีอาระเบียทำการโจมตีทางอากาศต่อเยเมนจะลุกลามไปในภูมิภาค และกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง บวกต่อหุ้นน้ำมัน วันนี้ SET50/100 Rebalance มีผล SET50 หุ้นเข้า: CENTEL, SAWAD หุ้นออก: BCP, VGI SET100 หุ้นเข้า: GFPT, PTG, STECON หุ้นออก: ITC, MBK, WHAUP คาดต้นปี 2026F มีโอกาสเกิด January Effect การฟื้นตัวนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนสลับเข้าไทย จากญี่ปุ่น หลังเผชิญข้อขัดแย้งจุดยืนไต้หวัน คาดเริ่มเห็นฐานยกขึ้นสัปดาห์สุดท้ายของปี 2025 และ Election Rally รับโอกาสได้รัฐบาลเสถียรภาพสูงขึ้น + ภาพทุกพรรควางนโยบายเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน รวมทั้ง แรงขาย LTF ที่ลดต่ำลง vs ปี2025 ติดตาสถานการณ์ไทย - กัมพูชา แม้การเดินหน้ายุติ ข้อขัดแย้งเป็นรูปธรรมขึ้น แต่หลังมีประเด็นกัมพูชาส่งโดรนยิรสอดแนม ทำให้อาจจะมีภาพสะดุดระยะสั้น โดยเฉพาะการส่งคืน 18 เชลยให้กับกัมพูชาเดิมกำหนดเที่ยงวันนี้ แต่ประเมินไม่สร้าง Downside ต่อเศรษฐกิจและกำไรหุ้นเชื่อมโยงเพิ่มอย่างมีนัยฯ จากฐานรายได้ปัจจุบันเหลือกรอบ 1-4% ของรายได้ บล.กสิกรไทย ประเมินกรอบ SET Index วันนี้เคลื่อนไหวในช่วง 1,245–1,265 จุด โดยเข้าสู่ช่วงปริมาณการซื้อขายเบาบาง (low trading volume) ก่อนเข้าสู่วันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในคืนนี้ คือการเผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC Minutes) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งนักลงทุนจะติดตามมุมมองและการหารือของกรรมการเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569 อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเพียงวันจันทร์และวันอังคาร ก่อนจะปิดทำการตั้งแต่วันพุธถึงวันศุกร์ ทำให้ผลกระทบจากการเผยแพร่บันทึกการประชุมเฟดอาจยังไม่สะท้อนต่อดัชนีในสัปดาห์นี้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้มาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมนำเข้าเงินตราต่างประเทศที่มีมูลค่าเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มส่งออก หากเงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ในทางกลับกัน อาจเห็นแรงลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า เช่น กลุ่มสายการบิน และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีภาระหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้น PTTEP จากปัจจัยหนุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และหุ้น AP จากฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยทั้งสองบริษัทมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในปี 2569 (2026E) อยู่ในระดับสูงราว 7–8% บล.พาย ประเมิน SET INDEX วันนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1245 – 1260 ประเมินการเคลื่อนไหวค่อนข้างจากัดเพราะเปิดวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนจะเข้าสู่ช่วงหยุดยาวตามเทศกา ลปีใหม่กว่า จ ะกลับมาเปิดทาการก็วันจันทร์สัปดาห์ถัดไป เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า อาทิ ส่งออก (ITC TU) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT CPALL) ศูนย์การค้า (CPN) 
|