ธปท. ออกโรงเตือนผู้ประกอบการเช่าซื้อ เร่งรายงานตัวภายในเดือนมี.ค. 69 แจงปัจจุบันพบ 2 รายใหญ่ยังเงียบ พร้อมส่งหนังสือเตือนในเดือนม.ค. 69 แจงจะปรับเกณฑ์ตามสัดส่วนความเสี่ยง และ ทบทวนดอกเบี้ย และ ค่าฟี ภายในปี 70 นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึง การกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ว่า ธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับประชาชน โดยมีปริมาณธุรกรรมค่อนข้างสูง ซึ่งมีนัยต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและกระทบประชาชนในวงกว้าง โดยในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ภาครัฐจึงออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 โดยให้อำนาจ ธปท. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งที่มิใช่สถาบันการเงิน (ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา สหกรณ์แท็กชี่ และ นิติบุคคลอื่นซึ่งรัฐมนตรีจะมีประกาศกำหนด) โดยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ธปท. ได้ออกประกาศ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายใต้การกำกับของ ธปท. (ผู้ประกอบธุรกิจฯ) ให้มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และ โปร่งใส เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่เป็นมาตรฐาน ตรงกับความต้องการ และ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน ภายใต้ราคาและเงื่อนไขที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงได้รับการดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้ ตลอดจนมีช่องทางการร้องเรียนปัญหา และ ได้รับการดูแลแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกันการกำกับดูแลดังกล่าวจะช่วยให้ ธปท. ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินได้ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งหลักเกณฑ์ประกอบด้วย 5 เรื่อง ดังนี้ 1.การปฎิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บ และ การเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ และ เบี้ยปรับ 2.ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ และ ลำดับการตัดชำระหนี้ 3.การปิดบัญชีก่อนกำหนด 4.การให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม 5.การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก 
สำหรับขอบเขตและวันบังคับใช้หลักเกณฑ์ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้งเรื่องการปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และ เบี้ยปรับ ประเภทของค่าบริการที่เรียกเก็บได้ ลำดับการตัดชำระหนี้ การระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับการปิดบัญชี/ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด การให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม และ การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ สามารถเตรียมความพร้อม และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น 2.หลักเกณฑ์เรื่องเพดานอัตราดอกเบี้ย การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ และ การได้รับส่วนลดการปิดบัญชีก่อนกำหนด สำหรับการให้เช่าซื้อแก่บุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัวจะบังคับใช้กับสัญญาใหม่ที่จัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป เท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจรายเดิมที่ให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกแห่ง ซึ่งประกอบธุรกิจก่อนวันที่ 3 ธันวาคม 2568 (ยกเว้นสถาบันการเงิน และ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สหกรณ์แท็กซี่) มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนต่อ ธปท. ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ส่วนผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ที่ประกอบธุรกิจตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ให้รายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนภายใน 120 วัน นับจากวันจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยหากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการมากกว่า 3,000 ราย และ มียอดธุรกรรมคงค้างสูงถึง 1.56 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็น ผู้ประกอบการรายใหญ่ ต้องมียอดคงค้างมากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันยังขาด 2 รายที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ยังไม่เข้ามารายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนต่อ ธปท. ซึ่งในเดือนมกราคา 2569 ทางธปท. จะส่งจดหมายแจ้งไปอีกครั้ง ในขณะที่ผู้ประกอบการรายกลาง ต้องมียอดคงค้างมากกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางเข้ามารายงานข้อมูลแล้วรวมกัน 40 ราย ส่วนผู้ประกอบการรายเล็ก มีอยู่ 3,000 ราย แต่เข้ามารายงานเพียง 100 กว่ารายเท่านั้น "เราอยากให้คนที่ยังไม่เข้ามารายงานให้รีบมาดำเนินการ ทางธปท. ได้ขยายกรอบเวลามาให้แล้ว จากเดิมต.ค.68 ก็ขยายมาเป็นมี.ค. 69 โดยเบื้องหลักหลักเกณฑ์จะเหมือนกัน และ หลังจากได้ข้อมูลครบจะมีการปรับเปลี่ยน เช่น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม จะมีการปรับให้เหมาะสมในแต่ละราย ซึ่งคาดว่า จะสามารถใช้หลักเกณฑ์ใหม่ได้ภายในปี 2570"นางสาวพีรจิต กล่าว 
ทางด้านการขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งที่มิใช่สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นางสาวพีรจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ธปท. ได้ออกหนังสือเวียนเพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งที่มิใช่สถาบันการเงิน พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สาธารณภัย รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ในด้านเงินทุนและสภาพคล่อง เพื่อให้ลูกหนี้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจ หรือ เพื่อใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเป็นการส่วนตัวต่อไปได้ รวมทั้งดูแลให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความจำเป็นของลูกหนี้ โดยให้พิจารณาอนุมัติความช่วยเหลือให้แล้วเสร็จไม่เกิน 12 เดือน นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลาที่ช่วยเหลือ ขอให้ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งที่มิใช่สถาบันการเงิน ไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัด ค่าบริการ เบี้ยปรับ หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมจากลูกหนี้ และ ในการเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดคำนวณในช่วงให้ความช่วยเหลือ ให้ใช้วิธีที่จะไม่ก่อให้เกิดภาระกับลูกหนี้มากจนเกินไป และ ไม่เรียกเก็บเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวเมื่อสิ้นระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ การขอความร่วมมือข้างต้นสอดคล้อง และ เป็นไปในแนวทางเดียวกับผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท.ในปัจจุบัน |