ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 270.03 จุด ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Nvidia และกลุ่มชิปปรับตัวลดลง ส่วนหุ้นกลุ่มกลาโหมปรับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านการทหารของสหรัฐฯ เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 270.03 จุด หรือ 0.55% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,921.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด หรือ 0.01% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,480.02 จุด ลดลง 104.26 จุด หรือ 0.44% หุ้น Nvidia ปรับลง 2.2%, หุ้น Broadcom ลดลง 3.2% และหุ้น Microsoft ลดลง 1.1% ส่งผลให้ดัชนีเทคโนโลยีใน S&P 500 ลดลง 1.5% ทำให้ตั้งแต่ต้นปี 2026 หุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลดลงแล้วราว 1% ขณะที่นักลงทุนคัดเลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรอบคอบมากขึ้น หลังราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้ระดับมูลค่า (Valuation) ตึงตัว อย่างไรก็ตาม หุ้น Alphabet ปรับขึ้น 1.1% หนึ่งวันหลังบริษัทแม่ของ Google แซงหน้า Apple ในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2019 ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ขณะที่หุ้น Apple ปรับตัวลดลง 0.5% อาร์ต โฮแกน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก B. Riley Wealth กล่าวว่า แม้ AI จะยังเป็นธีมที่ร้อนแรง แต่จะเริ่มเห็นผู้ชนะและผู้แพ้ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยตลาดต้องการเห็นการสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลตอบแทนจากเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเทคโนโลยี 
ในฝั่งหุ้นกลาโหม พบว่าราคาปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า งบประมาณกลาโหมของสหรัฐฯ สำหรับปี 2027 ควรอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่างบประมาณ 901,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สภาคองเกรสอนุมัติสำหรับปี 2026 อย่างมาก โดยหุ้น Lockheed Martin พุ่งขึ้น 4.3% Northrop Grumman เพิ่มขึ้น 2.4% และ Kratos Defense ทะยานถึง 13.8% ก่อนหน้านี้ หุ้นกลาโหมบางตัวปรับลดลง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่า จะสกัดกั้นบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหมจากการจ่ายเงินปันผลหรือการซื้อหุ้นคืน หากยังไม่เร่งเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายใหม่เพิ่มขึ้นปานกลาง ที่ 8,000 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา สู่ระดับ 208,000 คน แต่ความต้องการแรงงานยังคงซบเซา สอดคล้องกับข้อมูลการจ้างงานจาก ADP และรายงาน JOLTS ที่ประกาศก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค. ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือชุดแรก หลังการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้าน Fitch Ratings สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับเพิ่มมุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยประเมินว่า GDP จะขยายตัว 2.1% ในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโต 2.0% ในปี 2026 หลังรวมข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้าเนื่องจากการปิดรัฐบาล ขณะเดียวกัน หุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวลดลงหลังราคาปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ โดยหุ้น SanDisk ลดลง 5.4%, หุ้น Western Digital ลดลง 6.1% และหุ้น Seagate ร่วง 7.7% นอกจากนี้ หุ้น Ford ปรับขึ้น 4.7% หลังบริษัทหลักทรัพย์ Piper Sandler ปรับคำแนะนำหุ้นผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ขึ้นเป็น “Overweight” จากเดิม “Neutral” ที่มา Reuters 
|