เคน กริฟฟิน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Citadel กล่าวว่า แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างหนักในสัปดาห์นี้ เป็นสิ่งที่บรรดานักการเมืองสหรัฐฯ ควรถือเป็นคำเตือนอย่างชัดเจน เพื่อเร่งปรับปรุงสถานะการคลังของประเทศ กริฟฟินชี้ว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรสามารถกลับมาใช้พลังต่อรองและเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเป็นการส่งสารที่สำคัญถึงสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า จำเป็นต้องจัดการงบการคลังของประเทศให้เป็นระเบียบ ดีลเลอร์ในกรุงโตเกียวระบุว่า การซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในวันที่ปั่นป่วนที่สุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปีและ 40 ปีพุ่งขึ้นมากกว่า 0.25% ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การประกาศมาตรการภาษีวันปลดปล่อย (Liberation Day) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปีที่แล้ว ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินทั่วโลก 
อย่างไรก็ตาม กริฟฟินมองว่า สหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างจากญี่ปุ่น และมีแนวโน้มว่ายังไม่เผชิญความเสี่ยงเร่งด่วนในระยะใกล้ โดยกล่าวว่า สหรัฐฯ มีความมั่งคั่งสูงมาก จนยังสามารถรักษาระดับการขาดดุลงบประมาณเช่นนี้ได้อีกระยะหนึ่ง แต่ยิ่งรอช้าในการเปลี่ยนทิศทางมากเท่าใด ผลกระทบจากการปรับนโยบายก็จะยิ่งรุนแรงและเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน กริฟฟินแสดงมุมมองเชิงบวกต่อวาระการผ่อนคลายกฎระเบียบของทรัมป์ และยังกล่าวชื่นชมความคืบหน้าในหลายด้านภายใต้รัฐบาลทรัมป์ รวมถึงนโยบายบริเวณชายแดนทางใต้ของสหรัฐฯ แต่ย้ำว่า เขาสนับสนุนนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่ชาญฉลาด โดยระบุว่าผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากของ Citadel และ Citadel Securities มาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม กริฟฟินมีจุดยืนที่แตกต่างจากประธานาธิบดีทรัมป์ ในประเด็นนโยบายที่อยู่อาศัย โดยมองว่าปัญหาที่แท้จริงของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ คือการขาดแคลนอุปทานและการกำกับดูแลที่มากเกินไป นอกจากนี้ ยังกล่าวเสริมว่า ผู้บริหารภาคธุรกิจของสหรัฐฯ กำลังทำผิดพลาด หากพวกเขาไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรกลัวที่จะใช้เสียงของตนเอง แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะมีช่วงเวลาที่แสดงท่าทีประชดประชันหรือยั่วยุอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว เขารับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจอย่างจริงจัง ที่มา Bloomberg 
|