สรุป Earnings Call : HANA มอง AI แกนหลักหนุนโตระยะยาว ลุ้นออเดอร์พุ่ง–ลดขาดทุน PMS จับตา Phononic ลูกค้าหลักใหม่

รูป สรุป Earnings Call : HANA มอง AI แกนหลักหนุนโตระยะยาว ลุ้นออเดอร์พุ่ง–ลดขาดทุน PMS จับตา Phononic ลูกค้าหลักใหม่

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 12:23 น.

HANA เดินเกม AI เต็มสูบ แม้โลกยังเผชิญสงคราม–เงินเฟ้อ แต่ธุรกิจ AI ยังแกร่งไม่สะเทือน ลุยขยาย Phononic ดันออเดอร์พุ่ง 2 เท่า พร้อมเร่ง AI Cooling–Data Center–CPO รองรับชิปยุคใหม่ มองไกลปี 70 โตต่อเนื่อง

นายริชาร์ด เดวิด ฮัน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้

ภาพรวมธุรกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว

ด้านโรงงานในกัมพูชา แนวโน้มยังเติบโตได้ ได้รับแรงหนุนจากลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจรีโมทคอนโทรล และเตรียมเริ่มผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องช่วยฟังภายใน 1–2 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม

ธุรกิจ PMS แนวโน้มยังค่อย ๆ ดีขึ้น เป้าหมายหลักในระยะนี้คือการลดผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้าสู่การฟื้นตัวในระยะถัดไป

ส่วนโครงการ Phononic หากเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์และดำเนินการได้ตามแผน จะกลายเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของ HANA มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวยังไม่มีความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากมีคำสั่งซื้อและดีมานด์รองรับอยู่แล้ว พร้อมเตรียมกำลังการผลิตและเครื่องจักรเพื่อรองรับการขยายตัว

โครงการร่วมทุนกับ ปตท. ถูกชะลอไว้ก่อน โดย HANA มีสัดส่วนการลงทุนค่อนข้างเล็ก และยังไม่สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมได้

ด้านโรงงาน AYT (IC) แม้ยังเผชิญปัญหาแรงงาน แต่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าแนวโน้มจะดีขึ้นในระยะถัดไป

แนวโน้มไตรมาส 2/69 ธุรกิจ IC เริ่มเห็นคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ขณะที่ธุรกิจ PMS คาดการขาดทุนจะลดลงต่อเนื่อง และธุรกิจ AI จะเป็นแกนหลักสำคัญของการเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1 เป็นจุดต่ำสุดหรือไม่ ผู้บริหารระบุว่าไม่สามารถยืนยันได้ แต่คาดว่าผลกำไรจะปรับตัวดีขึ้นตามธุรกิจที่เริ่มเห็นแนวโน้มชัดเจน

เดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านอิเล็กทรอนิกส์-ระบบโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม AI- Data Center ต่อเนื่อง

โดย LPN-EMS โครงการ Phononic AI Cooling ยังคงเป็นไปตามแผน พร้อมลงนามสัญญาใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 เท่าจากเดิม โดยโครงการธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ใหม่นี้คาดว่าจะกลายเป็นรายได้สำคัญในปี 2027

ด้าน JX-EMS แม้ยังต้องใช้เวลาในการทดแทนรายได้จากตลาดสหรัฐฯ ที่หายไป แต่การปรับโครงสร้างธุรกิจจะช่วยสนับสนุนการกลับมาทำกำไรได้ ขณะที่ธุรกิจโมดูล EV และระบบบริหารพลังงานยังเป็นแรงหนุนหลัก

ส่วน AYT-IC คาดว่ากำลังการผลิตจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ยังมีความท้าทายด้านแรงงาน ขณะที่ KK-EMS ยังคงรักษาความมั่นคงและความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

PMS กลุ่ม SiC/Si คาดว่าจะยังขาดทุนในปี 2026 แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังตามภาวะตลาด พร้อมคาดหวังโครงการใหม่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปี 2027

โดยรวม HANA มองอุตสาหกรรม AI, Data Center และพลังงานยุคใหม่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาว ทั้งในด้านระบบระบายความร้อน (AI Cooling), ชิปประสิทธิภาพสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรุ่นใหม่

บริษัทได้รับสัญญาการผลิตเชิงพาณิชย์ ฉบับที่ 2 จาก Phononic ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้

เตรียมสั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต โดยคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2570 หรือเร็วกว่านั้น หากสามารถเร่งการส่งมอบเครื่องจักรได้

HANA ยังอยู่ระหว่างหารือและพัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบ Solid-State Cooling รุ่นใหม่ สำหรับโครงการ Co-Packaged Optics (CPO) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดยบริษัทมองว่า หากโครงการประสบความสำเร็จ เทคโนโลยีดังกล่าวจะกลายเป็นส่วนสำคัญสำหรับการระบายความร้อนในสถาปัตยกรรม GPU ระดับ 1.6T ในอนาคต และอาจส่งผลให้มีปริมาณความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มการเติบโตของ AI และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง กำลังผลักดันความต้องการเทคโนโลยีระบายความร้อนและโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจในระยะยาว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HANA จาก efin.finance ดังนี้

ที่มา : บล.บัวหลวง, บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)

ปัจจัยบวก

โครงการ AI เดินหน้าต่อเนื่องและมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น: โครงการ Phononic AI cooling ที่โรงงานลำพูนยังเดินหน้าตามแผนและมีการเซ็นสัญญาเพื่อเพิ่มผลผลิตอีกเท่าตัว รวมถึงมีสตอรี่ธุรกิจ AI ที่ชัดเจนขึ้นจากการได้งานเพิ่มเป็น 2 ดีล และได้ลูกค้า AI รายที่ 2 เพิ่มเติม ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q3/2569 และจะชัดเจนมากในปี พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโครงการแผงวงจรความหนาแน่นสูง (High-density PCB) สำหรับอุปกรณ์ทดสอบออปติคอลใน Data Center เข้ามาเสริมอีกด้วย (บล.บัวหลวง, บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ลิเบอเรเตอร์)

ภาพรวมธุรกิจเดิมฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง: ธุรกิจเดิมของบริษัทเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ Q2/2569 และคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2570 ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันโรงงานที่ลำพูนมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) สูงเกินกว่า 80% แล้ว (บล.บัวหลวง, บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))

ผลการดำเนินงานของโรงงานต่างประเทศมีทิศทางดีขึ้น: โรงงานเจียซิง (ธุรกิจ IC) ฟื้นตัวกลับมาทำกำไรได้จากกลุ่ม EV Module ที่มีอุปสงค์แข็งแกร่ง ส่วนโรงงาน OHIO ได้รับคำสั่งซื้อใหม่และเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้กลับมาเท่าทุนหรือเริ่มมีกำไรได้ใน Q3/2569 ขณะที่โรงงานกัมพูชาได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและจะมีงานกลุ่มการแพทย์เข้ามาเพิ่มในช่วงกลางปีนี้ (บล.ลิเบอเรเตอร์)

กลุ่ม PMS มีแนวโน้มขาดทุนลดลงและปรับกลยุทธ์สู่อุตสาหกรรมไฮเอนด์: ยอดขายของกลุ่ม PMS มีสัญญาณฟื้นตัวและคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ Q2/2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผลขาดทุนเริ่มลดลง นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาชิ้นส่วน Silicon Carbide (SiC) เพื่อรองรับ AI สำหรับ Data Center โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าอินเดียและเกาหลีใต้ที่มีอัตรากำไรและราคาที่ดีกว่าตลาดจีน (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))

คาดการณ์กำไรในอนาคตเติบโตเด่น: คาดการณ์กำไรสุทธิในช่วงปี พ.ศ. 2569 - 2570 มีแนวโน้มเติบโตรอบใหม่ในอัตราเฉลี่ยราว 42% YoY ต่อปี โดยได้แรงหนุนจากทั้งการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและรายได้เสริมจากกลุ่มธุรกิจ AI (บล.ฟินันเซีย ไซรัส)

ได้รับ Sentiment บวกจากกระแส Tech-AI ทั่วโลก: ในระยะสั้นราคาหุ้นยังมีโอกาสได้รับปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาจากแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Tech-AI โดยเฉพาะฝั่ง Hardware ทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ราคาหุ้น HANA มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ (บล.ฟินันเซีย ไซรัส)

ปัจจัยลบ

เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการแข่งขันสูง: โรงงาน AYT (IC) แม้ว่าจะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อของทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิม แต่เริ่มประสบปัญหาความเสี่ยงในการจัดหาแรงงานได้ยากขึ้น เนื่องจากมีบริษัทจีนเข้ามาแข่งขันโดยให้ค่าจ้างที่สูงกว่า (บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์)

ความต้องการและรายได้จากธุรกิจ AI ต้องใช้เวลาชดเชยอย่างชัดเจน: แม้ว่าจะมีรายได้ใหม่จากกลุ่มสินค้า AI เข้ามา แต่ในช่วงเริ่มต้นยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าผลประกอบการจะดีจริงตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จาก AI (AI contribution) จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยจนถึง Q1/2570 จึงจะเริ่มเห็นความชัดเจน (Visibility) ที่เด่นชัด (บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์)

โรงงานเจียซิงในส่วน PCBA ยังถูกกดดันจากมาตรการภาษี: ผลการดำเนินงานของโรงงานเจียซิงในส่วนของธุรกิจ PCBA ยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหากำแพงภาษีอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องเน้นใช้วิธีบริหารจัดการด้วยการปรับลดค่าใช้จ่ายภายในเพื่อประคองให้ยังคงรักษากำไรไว้ได้ (บล.ลิเบอเรเตอร์)

กลุ่ม PMS ยังคงมีผลการดำเนินงานขาดทุนในภาพรวมทั้งปี: แม้ทิศทางยอดขายของกลุ่ม PMS จะส่งสัญญาณฟื้นตัวในระยะสั้นและเริ่มขาดทุนลดลงตามลำดับ แต่เมื่อประเมินภาพรวมจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี พ.ศ. 2569 แล้ว คาดว่าผลประกอบการของกลุ่ม PMS จะยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน (บล.ลิเบอเรเตอร์)

ราคาหุ้นตอบรับปัจจัยบวกไปมากและยังมีความเสี่ยงระยะสั้น: ราคาหุ้นในปัจจุบันได้ตอบรับประเด็นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ในเชิงมูลค่าหุ้น (Valuation) หากมองเฉพาะฐานกำไรปี พ.ศ. 2569 จะดูค่อนข้างตึงตัว นอกจากนี้ในระยะสั้นหุ้นยังคงมีความเสี่ยงจากเกณฑ์ Cash balance และยังต้องใช้เวลาพิสูจน์การฟื้นตัวของผลประกอบการจริงอีกระยะหนึ่ง (บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย))

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย