รมว.ต่างประเทศอิหร่านเยือนจีน ส่งสัญญาณก่อนประชุมนัดสำคัญ ทรัมป์-สี

รูป รมว.ต่างประเทศอิหร่านเยือนจีน ส่งสัญญาณก่อนประชุมนัดสำคัญ ทรัมป์-สี

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 69 15:44 น.

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เยือนจีนวันนี้ (6 พ.ค.) เพื่อร่วมหารือกับหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้น และยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเยือนกรุงปักกิ่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สื่อของรัฐบาลจีนได้เผยแพร่ข่าวการเยือนครั้งนี้ตั้งแต่คืนวันอังคาร โดยอ้างข้อมูลจากแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศที่ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งเป็นฝ่ายเชิญอิหร่าน ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมอย่างเป็นทางการไม่มีการเปิดเผย

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การหารือจะครอบคลุมถึงความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ตลอดจนประเด็นระดับภูมิภาคและนานาชาติ

อามีร์ ฮันดานี กรรมการบริหารของ Quincy Institute for Responsible Statecraft ให้ความเห็นว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยรัฐบาลเตหะรานและรัฐบาลปักกิ่งกำลังประสานประโยชน์ร่วมกัน ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเป็นการเลือกจังหวะเวลาที่มีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ฮันดานีได้ตั้งข้อสังเกตว่า จีนต้องการเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซียเพื่อปกป้องเส้นทางการค้าและพลังงาน ผู้นำจีนต้องการให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านเข้าออกได้ และสามารถดำเนินการค้าจากอ่าวเปอร์เซียไปยังตลาดเอเชียได้ตามปกติ โดยจีนไม่ต้องการเผชิญผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นฉับพลันและความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะถดถอย ซึ่งการปิดล้อมที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาค

นายหวัง อี้ และนายอารักชี ได้หารือทางโทรศัพท์กันอย่างน้อย 3 ครั้งนับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. โดยรัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีและขอให้เรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เสรี ซึ่งเมื่อปลายเดือนเม.ย. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังได้เรียกร้องให้เปิดการสัญจรผ่านเส้นทางนี้ได้ตามปกติ

จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย สามารถรับมือกับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ แม้สถานการณ์จะรุนแรง เนื่องจากจีนมีคลังน้ำมันสำรองในประเทศจำนวนมาก และมีการใช้พลังงานจากหลายแหล่ง ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง

สิ่งที่ต้องจับตาคือ การเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 14-15 พ.ค. นี้ ซึ่งที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลจีนกดดันอิหร่านเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือในฮอร์มุซ

แดนนี รัสเซล ผู้เชี่ยวชาญจาก Asia Society Policy Institute กล่าวว่า การเยือนจีนสำหรับรัฐบาลเตหะราน เป็นการแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่าอิหร่านไม่ได้ถูกโดดเดี่ยว แต่ยังมีเพื่อนและทางเลือกอื่น โดยผู้นำอิหร่านพยายามสร้างความได้เปรียบในการต่อรองกับรัฐบาลสหรัฐฯ และเพื่อยับยั้งการโจมตีครั้งใหม่จากสหรัฐฯ

รัสเซลยังคาดว่า รัฐบาลเตหะรานจะขอคำมั่นจากรัฐบาลปักกิ่งในเรื่องการไหลเวียนของน้ำมัน ช่องทางการเงิน และการสนับสนุนทางการทูตเพื่อต่อต้านการปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน เขายังคาดว่า รัฐบาลปักกิ่งจะกดดันให้อิหร่านหยุดข่มขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและการเดินเรือพาณิชย์ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง การมาเยือนของอิหร่านครั้งนี้อาจเป็นโอกาสในการกำหนดบทบาทของจีนในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบก่อนการมาเยือนของทรัมป์ พร้อมทั้งยังจำกัดความเสี่ยงของจีนเองด้วย

ที่มา CNBC


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย