คลัง–ธปท.เข้มออก 3 มาตรการคุมทองออนไลน์ จ่อเก็บภาษีเฉพาะ-รายงานธุรกรรมขนาดใหญ่ หลังพบเป็นส่วนสำคัญทำเงินบาทแข็งค่ารวดเร็ว ยันไม่ส่งผลกระทบรายย่อย ฟากก.ล.ต. แจงการซื้อขาย USDT ไม่มีผลต่อค่าเงินบาท นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นว่าการบริหารจัดการสถานการณ์ค่าเงินบาทที่เหมาะสม ณ ปัจจุบัน ควรมีการดำเนินการใน 3 เรื่อง ดังนี้ 
1.ให้กรมสรรพากร กำหนดแนวทางผู้ให้บริการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องมีการรายงาน และนำส่งข้อมูลธุรกรรมให้กรมสรรพากร เหมือนกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์อื่นๆ ที่จะต้องนำส่งข้อมูลแล้วในปัจจุบัน 2.ให้กรมสรรพากร ดูความเหมาะสม ว่าหากจะเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับธุรกิจการซื้อขายทองคำ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนการซื้อขายทองคำและมีการส่งมอบกันจริง ไม่ได้มีประเด็นในเรื่องนี้ และยังดำเนินการได้ปกติ ส่วนที่จะดำเนินการคือการซื้อขายทองคำ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยกรมสรรพากรจะไปพิจารณาว่าจะใช้มาตรการภาษีธุรกิจเฉพาะมาดูแลในเรื่องนี้ได้อย่างไร 3.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไปดูแนวทางในการกำกับปริมาณการธุรกรรมทองคำที่เหมาะสม เช่น การกำหนดเพดานวงเงิน เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 เรื่องจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม วันนี้ ยังเร็วไปที่จะพูดถึงอัตราภาษีที่จะเก็บ หรือ เก็บขาไหน ซึ่งจะต้องรอพิจารณาถึงข้อมูล และความเหมาะสม เพื่อให้มีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าแนวทางเรื่องการรายงาน หรือ นำส่งข้อมูลจะสามารถดำเนินการได้เลย ผ่านการออกประกาศของกรมสรรพากร ส่วนที่จะต้องรอคือ การให้อำนาจธปท.เพิ่มเติม เพื่อเรียกดูข้อมูล หรือกำหนดเพดาน ทั้งนี้ ในระยะต่อไป ทั้ง 3 หน่วยงานจะได้มีการติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการค่าเงินบาทที่เหมาะสมต่อไป นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 9.4% โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สำหรับการแข็งค่าของค่าเงินมีเหตุผลจากหลายปัจจัย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐาน และมีส่วนหนึ่งจาก Flow เงินที่ไหลเข้ามาจากการทำธุรกรรมการซื้อขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าและมากระทบ คือ ธุรกรรมทองคำ สำหรับการซื้อขายทองคำในประเทศไทย แบ่งเป็น การซื้อขายทองผ่านร้านทองปกติ ตู้แดง ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ธปท.กังวล โดยสิ่งที่เราให้ความสนใจคือ การเทรดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีปริมาณสูงพอสมควร โดยยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับรายย่อย อย่างแน่นอน ปัจจุบันข้อมูลชี้ว่า รายได้ของผู้ค้าทองคำ 15 รายใหญ่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 39% ของจีดีพี โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันทองเฉลี่ย 65,937 ล้านบาท ทั้งนี้ การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของบริษัททองคำ เป็นหนึ่งในแรงกดดันหลัก ที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา โดยแรงขายดอลลาร์จากธุรกรรมทองมีสูงถึง 45% ทั้งนี้ เงินบาทเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาทองคำ (Correlation) มากกว่าสกุลเงินภูมิภาค ส่งผลให้ค่าเงินบาทผันผวนสูงตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ “ปริมาณการซื้อขายทองคำสูงขึ้นมาก และส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายดอลลาร์ชัดเจน โดยเฉพาะในวันที่มีการซื้อขายทองสูง มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความจำเป็นต้องปรับปรุงในเรื่องนโยบายที่ทำให้การซื้อขายทอง ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับค่าเงินบาท และเชื่อว่าแรงขายหลักจากธุรกรรมทองคำน่าจะลดลง”นายวิทัย กล่าว ส่วนการนำเข้า โดยเฉพาะดอลลาร์ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปิดเสรีนำเข้าเงินมาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ที่จะทำเพิ่มขึ้น คือ การออกเกณฑ์ที่จะตรวจสอบเอกสาร โดยขอให้ธนาคารเข้มงวดในการตรวจเอกสาร ที่จะต้องมีเอกสารนำเข้า เช่น มีผู้ค้าขายสินค้านำเข้าส่งออกไม่มีปัญหาในเรื่องนี้อย่างแน่นอน แต่หากมีปริมาณถึงจุดหนึ่ง ที่มีนัยสำคัญ จะต้องมีการตรวจสอบชัดเจน ว่าแหล่งที่มามาจากไหน เอามาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เพื่อป้องปรามในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกัน ธปท.ได้ขอแก้ประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้ธปท.มีอำนาจในการขอข้อมูลและเข้าไปกำกับดูแล เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจทองคำไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแล ดังนั้นเราจึงต้องมีอำนาจในการขอข้อมูล และกำกับในบางเรื่องและทำอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าทั้งหมดจะดำเนินการแก้ไขเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ และจะสามารถออกประกาศและดำเนินการได้ในช่วงเดือน ม.ค. 2569 ส่วนอัตราดอกเบี้ยเพิ่งลดมา 0.25% ถามว่า ดอกเบี้ยมีผลต่อค่าเงินบาท ยอมรับว่า มีผลบ้างในระยะยาว โดยการแข็งค่าในเดือนนี้ 4% กว่านั้นมาจากเรื่องอื่น “เราอยู่ระหว่างการขอแก้ปัญหา ให้ธปท.มีอำนาจในการเข้าไปกำกับ การกำกับนอกจากขอข้อมูลมาดู บางส่วนอาจจะต้องรีบทำ เช่น การซื้อขายทองในรูปเงินบาทที่มีปริมาณสูงผิดปกติผ่านแอปพลิเคชั่นทั้งหลาย อันนี้เราพยายามเข้าไปดู เพราะมันมีผลโดยตรงต่อการซื้อขายดอลลาร์ ตอนนี้ เราอาจจะเข้าไปดู เช่น บางคนมาซื้อเป็น 1,000 ล้านบาทต่อวัน ไม่ปกติ เราจะพยายามไม่ให้กระทบต่อรายย่อยที่ปกติ”นายวิทัย กล่าว นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การซื้อขาย USDT ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมซื้อขาย USDT รวมถึงยอดการแลก USD เป็น THB คิดเป็นเพียง 1.22% และ 0.17% ของยอด FX inflow ซึ่งมีมูลค่า 29.1 ล้านล้านบาท ตามลำดับ จึงไม่มีนัยสำคัญต่อค่าเงิน “หากพูดถึงปริมาณการซื้อขาย USDT ที่หลายคนเข้าใจผิด และเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทนั้น ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบ”นางพรอนงค์ กล่าว
 |