บล.เคจีไอ : SHR แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท

รูป บล.เคจีไอ : SHR แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท

efinAI


2026 การเติบโตมาจากการปรับพอร์ตโรงแรมEvent
กลับมาเริ่มต้นการวิเคราะห์และแนวโน้มปี 2569F

Impact
ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (มี.ค. – เม.ย. 69) ยังเติบโตดี YoY
ผู้บริหารของ SHR ตั้งเป้า RevPAR ปี 2569F จะเติบโตราว 20-25% หนุนจากการยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรมและการปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักรคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2H69F ขณะที่โมเมนตัมการจองล่วงหน้าช่วงมี.ค.-เม.ย. 69 ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง YoY ส่วน RevPAR ช่วงม.ค.-ก.พ. 69 ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์เติบโตแข็งแกร่งที่ 8% และ 33% YoY ตามลำดับ แต่ทว่าผลบวกนี้ถูกกลบไปบางส่วนจากผลงานของโรงแรม Outrigger และธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่อ่อนตัว (RevPAR ลดลง 12% และ 6% YoY ในช่วงเดียวกัน) สะท้อนว่าทั้งสองส่วนธุรกิจนี้เผชิญกับแรงกดดันในช่วงเปลี่ยนผ่าน

คาดโมเมนตัวการจองห้องพัก 2Q69F ยังอ่อนแอ
เราคาดว่าโมเมนตัมการจองฯ จะเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่ 2Q69F เป็นต้นไป ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (occupancy) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ในหลาย ๆ ตลาดมี downside โดยเฉพาะประเทศไทย (22% ของรายได้) และมัลดีฟส์ (25%) ซึ่งมีฐานลูกค้าที่พึ่งพายุโรปและตะวันออกกลางค่อนข้างสูง (68% และ 59% ตามลำดับ) ดังนั้น ทั้งสองตลาดนี้จึงน่าจะได้รับผลกระทบจาก demand shock ภายนอกมากที่สุด ในทางกลับกัน ลูกค้ากว่า 90% ในสหราชอาณาจักรเป็นลูกค้าในประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ยืดหยุ่นมากกว่า ตามข้อมูลการจองล่าสุด (เม.ย. 69) ยังมีเสถียรภาพ โดยโรงแรมในไทยยังคงโต YoY จากอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น ส่วนโรงแรมที่มัลดีฟส์ทรงตัว YoY สะท้อนอุปสงค์ระยะสั้นยังไม่ได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ

คาดปี 2569F จะเติบโตแข็งแกร่งจากการขายสินทรัพย์ (คุณภาพต่ำ) ในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก
เราคาดกำไรหลักปี 2569F ที่ 688 ล้านบาท (+26% YoY) ปัจจัยหนุนหลักจากคุณภาพพอร์ตโรงแรมที่ดีขึ้นหลังการขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักรออกไป แต่ก็คาดว่ารายได้จะลดลง 21% YoY ที่ 8.1 พันล้านบาทจากจำนวนห้องพักรวมที่ลดลง 39% เหลือ 2,358 ห้อง (จาก 3,875 ห้องปี 2568) หลังการขายโรงแรมในสหราชอาณาจักรจำนวน 15 แห่งออกไป มองแง่บวก การตัดสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพต่ำออกไปจะช่วยหนุนให้ RevPAR เพิ่มขึ้นที่ 5,626 บาท (+23% YoY) หนุนจากอัตราการเข้าพักดีขึ้นเป็น 71% (จาก 70% ปี 2568) และ ARR ที่ 7,815 บาท (+21% YoY) นอกจากนี้ อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ปี 2569F จะเพิ่มเป็น 42.1% (จาก 39.0% ปี 2568) และ EBITDA margin ก็จะดีขึ้นด้วยที่ 31.9% (จาก 26.5% ปี 2568) อีกทั้ง แผนการชำระหนี้ราว 48 ล้านปอนด์ คาดว่าจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายปี 2569F ลงได้ราว 15% YoY ซึ่งดันให้กำไรให้เติบโตดีเป็นหลัก

Valuation & action
เรากลับมาเริ่มต้นการวิเคราะห์ SHR อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ถือ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 6x หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -1SD สะท้อนว่ากำไรยังถูกกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงไม่จบ

Risks
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์การท่องเที่ยวระยะไกล (long-haul tourism demand) และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

Sirilak Konwai
66.2658.8888 Ext. 8852
sirilakk@kgi.co.th


Reported by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย