NTF ประกาศความเชื่อมั่นทิศทางธุรกิจปี 2569 สดใสตามเป้า ยืนยันแผนกลยุทธ์มีความยืดหยุ่นสูงพร้อมรับมือทุกความผันผวน CEO ชี้ข่าวตลาดทุเรียน ทั้งสงครามราคาและการเข้ามาของเวียดนาม กลับกลายเป็นปัจจัยบวกที่เอื้อต่อโมเดลธุรกิจของ NTF พร้อมเดินหน้าตามแผนตักตวงผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) จากฐานปัจจุบันที่มีเพียง 1.5% สู่การเติบโตที่ยั่งยืนและยิ่งใหญ่กว่าเดิม
CEO ของ NTF เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมส่งออกทุเรียนไทยว่า "ปี 2569 จะเป็นปีที่เราพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ แม้ตลาดจะมองว่ามีความเสี่ยงจากราคาทุเรียนที่ลดลงและคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับ NTF เรามองเห็นเป็นโอกาสทองในการ Scale Up ธุรกิจ" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ : 1. เปลี่ยน "ซัพพลายล้น" ให้เป็น "ยอดขาย": โอกาสจาก Market Share 1.5% จากปรากฏการณ์ลานีญาที่ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนในปี 2568-2569 เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ผู้บริหารมองว่านี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการเร่งขยายตัว "ปัจจุบันยอดส่งออกของ NTF คิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 1.5% ของตลาดรวมเท่านั้น ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าเรายังมี Growth Potential หรือพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมหาศาล การที่ผลผลิตในตลาดมีเยอะขึ้น (Over Supply) ทำให้เราสามารถจัดหาสินค้า (Sourcing) เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น ปลดล็อกข้อจำกัดเดิมที่เคยหาของยาก ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถดันยอดขายให้โตได้ตามเป้า" 2. เปลี่ยน "ราคาลง" ให้เป็น "กำไรเพิ่ม" ต่อกรณีแนวโน้มราคาทุเรียนสดหน้าสวนที่อาจปรับตัวต่ำลงกว่า 100 บาท/กก. CEO ชี้แจงว่า "ปัจจัยราคาที่สมดุลกัน ส่งผลบวกต่อการบริหารต้นทุนของ NTF อย่างมีนัยสำคัญ เราสามารถจัดหาวัตถุดิบได้ในราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ในขณะที่เรายังคงรักษาจุดแข็งเรื่องการคัดเกรด Premium ซึ่งมีราคาขายปลายทางที่ค่อนข้างเสถียร ส่วนต่างราคาตรงนี้จะกลายเป็นกำไร (Margin) ที่เพิ่มขึ้น" อีกทั้งระดับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ยังเป็นแรงหนุนให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายและถี่ขึ้นอีกด้วย 3. ตลาดจีน "เค้กก้อนใหญ่" ที่แบ่งกันกินได้ไม่หมด สำหรับการรุกตลาดของเวียดนาม ผู้บริหารมองว่าเป็นการช่วยขยายขนาดตลาดในจีนให้ใหญ่ขึ้น "คนจีนบริโภคทุเรียนเยอะขึ้น ตลาดเปิดกว้างขึ้น ซึ่ง NTF ไม่ได้ลงไปแข่งในสมรภูมิราคาถูก แต่เราจับกลุ่มที่มองหาคุณภาพและความปลอดภัย (Food Safety) ซึ่งเมื่อตลาดรวมโต ตลาดกลุ่ม พรีเมียมก็โตตามไปด้วย" พันธสัญญาเพื่อความยั่งยืน ทิ้งท้ายถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน CEO ของ NTF กล่าวว่า "เราไม่ได้มองแค่การเติบโตในปีนี้ แต่เราวางรากฐานสำหรับอนาคต ผมขอยืนยันกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกท่านว่า เราจะมุ่งมั่นบริหารงานด้วยความโปร่งใสและรอบคอบ เน้นสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการดูแลเกษตรกรคู่ค้า เพื่อให้ NTF เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ท่านไว้วางใจได้ในระยะยาว" |