ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพุธ (18 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Nvidia, Amazon รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,662.66 จุด เพิ่มขึ้น 129.47 จุด หรือ +0.26%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,881.31 จุด ปรับขึ้น 38.09 จุด หรือ +0.56% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,753.64 จุด เพิ่มขึ้น 175.25 จุด หรือ +0.78% ตลาดได้แรงหนุนจากหุ้น Nvidia ที่ปรับขึ้น 1.6% หลังบริษัทเปิดเผยว่าได้ลงนามข้อตกลงระยะยาวหลายปีกับ Meta Platforms เพื่อจำหน่ายชิป AI ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นในอนาคตหลายล้านหน่วย ขณะที่หุ้น Meta เพิ่มขึ้น 0.6% ก่อนหน้านี้ หุ้นกลุ่ม AI ปรับตัวลงเมื่อช่วงต้นเดือน เนื่องจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงและระยะเวลาที่การลงทุนด้าน AI จะเติบโตกลับมาเป็นรายได้ โดยรอสส์ เมย์ฟิลด์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนจาก Baird กล่าวว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนแรงจะดึงดูดแรงซื้อกลับเข้ามา เนื่องจากบริษัทยังมีการเติบโตสูง ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นสูงมาก และเพิ่งลดลงเมื่อช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหุ้นเทคโนโลยียังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนอีกมากในช่วงหลายปีข้างหน้า หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เริ่มฟื้นตัว หลังมีความกังวลก่อนหน้านี้ว่าการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอาจนำไปสู่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและกดดันอัตรากำไร ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการใน S&P 500 ปรับขึ้น 1.1% หลังจากร่วงลงก่อนหน้านี้ โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Cadence Design Systems ที่ปรับขึ้น หลังรายได้ไตรมาส 4 สูงกว่าคาด รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เห็นพ้องให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนที่ผ่านมา แต่ยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางต่อไป ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนักความเป็นไปได้ราว 50% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย. ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในวันพุธยังสะท้อนการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งของภาคธุรกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 
ภาพรวมหุ้นรายตัว - หุ้น Sandisk, Western Digital และ Seagate Technology Holdings ปรับขึ้นระหว่าง 1.7-4.4% ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากอุปสงค์เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก - หุ้น Amazon เพิ่มขึ้น 1.8% และ Microsoft ปรับขึ้น 0.7% - หุ้น Palo Alto Networks ร่วงลง 6.8% หลังปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี - หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น นำโดยกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้น 2% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้น 1% - หุ้น Analog Devices เพิ่มขึ้น 2.6% หลังคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้ - หุ้น Global Payments พุ่งขึ้นกว่า 16% หลังบริษัทคาดกำไรต่อปีหลังปรับทวนแล้วสูงกว่าคาด - หุ้น Moderna พุ่งขึ้นราว 6% หลังองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ตกลงทบทวนคำขออนุมัติวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของบริษัท หลังปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ภาพรวมการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างเบาบาง โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ที่ 16,800 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 20,700 ล้านหุ้น - ดัชนี S&P 500 มีจำนวนหุ้นบวก มากกว่าหุ้นลบ ในสัดส่วน 1.7 ต่อ 1 โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 23 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 3 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 101 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 120 ตัว - นับตั้งแต่ต้นปี ดัชนี S&P 500 บวกไป 0.5% ขณะที่แนสแดคติดลบ 2.1% ที่มา Reuters 
|