สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า หลายประเทศในอ่าวอาหรับอาจทบทวนการลงทุนจากต่างประเทศและคำมั่นการลงทุนในอนาคต เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านงบประมาณ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ในภูมิภาค เจ้าหน้าที่จากประเทศอ่าวอาหรับรายหนึ่งระบุว่า ความขัดแย้งที่ลุกลามในภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในหลายด้าน ตั้งแต่คำมั่นลงทุนกับรัฐบาลหรือภาคเอกชนจากต่างประเทศ, การสนับสนุนด้านกีฬา, สัญญาทางธุรกิจ ไปจนถึงการขายสินทรัพย์ หากสงครามและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องยังดำเนินต่อไปในระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันรายงานดังกล่าวได้ ขณะที่ไฟแนนเชียลไทมส์ไม่ได้เปิดเผยชื่อหรือตำแหน่งของแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูล รายงานระบุว่า รัฐบาลบางประเทศในอ่าวอาหรับได้เริ่มการทบทวนเป็นการภายใน เพื่อพิจารณาว่าสามารถใช้เงื่อนไข “เหตุสุดวิสัย” ในสัญญาปัจจุบันได้หรือไม่ พร้อมกับประเมินการลงทุนทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสงคราม การเติบโตของประเทศอ่าวอาหรับตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกิดขึ้นภายใต้สมมติฐานสำคัญสองประการ ได้แก่ เมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็น Safe haven ในภูมิภาคที่มีความผันผวนสูง และรายได้มหาศาลจากการส่งออกพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุการณ์ล่าสุดได้สั่นคลอนเสาหลักทั้งสองพร้อมกัน ที่มา Reuters 
|