ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส โจมตียุทธศาสตร์การค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำให้สหภาพยุโรปตกอยู่ใต้การครอบงำ พร้อมย้ำว่ายุโรปจำเป็นต้องเสริมสร้างอธิปไตยของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำให้เป็นรัฐบริวารและเกมการเมืองที่ใช้อำนาจบีบบังคับ ประธานาธิบดีมาครงกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยโจมตีการแข่งขันจากสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้น “ผ่านข้อตกลงการค้า ที่บ่อนทำลายผลประโยชน์ด้านการส่งออกของยุโรป เรียกร้องให้ยอมจำนนขั้นสุด และมุ่งเป้าอย่างเปิดเผยที่จะทำให้ยุโรปอ่อนแอและอยู่ใต้อำนาจ” ซึ่งเขามองว่าสถานการณ์ดังกล่าว “ยิ่งเลวร้ายลงจากการก่อภาษีใหม่อย่างไม่สิ้นสุด ที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง” ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อพันธมิตรยุโรปหลายประเทศ โดยขู่ว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางการค้าที่สร้างความเสียหาย หากประเทศเหล่านั้นไม่สนับสนุนความพยายามของเขาในการผนวกกรีนแลนด์ รวมถึงขู่จะขึ้นภาษีอย่างรุนแรงต่อไวน์ฝรั่งเศส หลังจากประธานาธิบดีมาครงปฏิเสธเข้าร่วมโครงการสันติภาพล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ 
ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังโจมตีประธานาธิบดีมาครง ที่ไม่เข้าร่วมคณะกรรมการแห่งสันติภาพ (Board of Peace) และขู่เก็บภาษีไวน์ฝรั่งเศสในอัตราสูงถึง 200% นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเผยแพร่ข้อความส่วนตัวจากประธานาธิบดีมาครงบนโซเชียลมีเดีย โดยประธานาธิบดีมาครงเชิญประธานาธิบดีทรัมป์ ไปรับประทานอาหารค่ำที่กรุงปารีส และพบผู้นำจากยูเครน ซีเรีย เดนมาร์ก และรัสเซียในวันพฤหัสบดี ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษี 10% ต่อสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิ.ย. หากไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งมาตรการข่มขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพันธมิตรนาโตระบุว่า จะจัดการซ้อมวางแผนทางทหารในเชิงสัญลักษณ์ในดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ จากแรงกดดันดังกล่าว สหภาพยุโรป (EU) ได้ระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าที่บรรลุกับสหรัฐฯ เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในยุโรปว่าไม่เป็นธรรม กำหนดให้สหภาพยุโรปลดภาษีเกือบทั้งหมดต่อสินค้าสหรัฐฯ และยอมรับการเก็บภาษี 15% ต่อสินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่ไปยังสหรัฐฯ และสูงถึง 50% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งประธานาธิบดีมาครงเตือนว่า นโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังบ่อนทำลายผลประโยชน์ด้านการส่งออกของยุโรป พร้อมเรียกร้องให้ยุโรปอย่ารับแนวคิดแบบนีโอโคโลเนียล ผู้นำฝรั่งเศสยังกล่าวเหน็บประธานาธิบดีทรัมป์แบบอ้อม ๆ ระหว่างเปิดสุนทรพจน์ โดยกล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความคาดการณ์ได้” ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาใช้มาตรการภาษีตอบโต้ต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 93,000 ล้านยูโร (ราว 108,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หากประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้าตามคำขู่ โดยมาตรการดังกล่าวอาจมีผลเร็วที่สุดในวันที่ 7 ก.พ. และจะมุ่งเป้าไปที่สินค้าอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ รวมถึงเครื่องบินของโบอิ้ง รถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ และวิสกี้เบอร์เบิน ที่มา Bloomberg

|