เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อจัดตั้งกลุ่มการค้าพิเศษด้านแร่สำคัญ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน โดยมีตัวแทนจาก 55 ประเทศ รวมถึงไทยเข้าร่วมด้วย พร้อมเสนอการทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดเพดานราคาขั้นต่ำ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามเร่งลดอิทธิพลของจีนต่อห่วงโซ่อุปทานแร่ ที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง แวนซ์กล่าวในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี โดยไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรงว่า “เราต้องการขจัดปัญหาที่แร่ธาตุสำคัญราคาถูกหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดของเรา ซึ่งนำไปสู่การตัดราคาผู้ผลิตในประเทศ” และระบุว่า จะมีการกำหนดราคามาตรฐานอ้างอิงสำหรับแร่ธาตุสำคัญในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งสำหรับประเทศสมาชิกในกลุ่มความร่วมมือ ราคานี้จะทำหน้าที่เสมือนเพดานราคาขั้นต่ำ โดยใช้มาตรการภาษีที่ปรับได้เพื่อพยุงราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า มีพันธมิตรจาก 55 ประเทศเข้าร่วมการหารือในกรุงวอชิงตัน รวมถึงเกาหลีใต้ อินเดีย ไทย ญี่ปุ่น เยอรมนี ออสเตรเลีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งมีศักยภาพด้านการทำเหมืองหรือการแปรรูปแร่ในระดับที่ต่างกัน รูบิโอยังกล่าวว่า แร่ธาตุเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในมือของประเทศเพียงประเทศเดียวสูงมาก โดยไม่เอ่ยถึงจีน สถานการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ 
ขณะที่เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศแผนความร่วมมือระดับทวิภาคีกับเม็กซิโก และข้อตกลงไตรภาคีกับสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และปูทางไปสู่ข้อตกลงที่กว้างขึ้นกับพันธมิตรประเทศอื่น ๆ โดยแผนดังกล่าวมุ่งพิจารณามาตรการเฉพาะทาง เช่น แนวทางการพยุงราคา, มาตรฐานตลาด, เงินอุดหนุน และการรับประกันการรับซื้อเพื่อสนับสนุนการผลิต สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังระบุว่าจะแสวงหาช่องทางอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการหารือภายในกลุ่ม G7 และความร่วมมือด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการจัดหาแร่ (Minerals Security Partnership) ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของอาร์เจนตินาระบุว่า ได้บรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างและกระจายห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางความพยายามของอาร์เจนตินาในการเพิ่มการส่งออกทองแดงและลิเทียม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 ก.พ.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดตัวคลังสำรองแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้ชื่อ “Project Vault” โดยได้รับเงินตั้งต้น 10,000 ล้านดอลลาร์จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐฯ (EXIM Bank) และเงินลงทุนจากภาคเอกชนอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งสร้างความมั่นคงด้านอุปทานแร่ธาตุสำคัญให้กับประเทศ หลังจีนระงับการส่งออกแร่หายากซึ่งจำเป็นต่อผู้ผลิตรถยนต์และภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเมื่อปี 2025 รายงานระบุว่า จีนใช้อิทธิพลในด้านการแปรรูปแร่ธาตุหลายชนิดเป็นเครื่องต่อรองทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-economic) โดยมีการใช้มาตรการจำกัดการส่งออก กดราคา และบั่นทอนความสามารถของประเทศอื่น ๆ ในการกระจายแหล่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และอาวุธขั้นสูง ที่มา Reuters 
|