กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ผงาดเวทีความยั่งยืนระดับโลก ติดระดับคะแนนสูงสุด 10% (Top 10) ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย

รูป กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ผงาดเวทีความยั่งยืนระดับโลก ติดระดับคะแนนสูงสุด 10% (Top 10) ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ก.พ. 69 11:44 น.


• สะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด ESG และนวัตกรรมการเงินแห่งอนาคต

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ล่าสุดบนเวทีความยั่งยืนระดับสากล โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนระดับโลกดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ทั้งในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) ประจำปี 2568 หมวดธุรกิจธนาคาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เป็นผลจากบริษัทได้รับคะแนน 88/100 จากการประเมินของ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นระดับคะแนนสูงสุด 10% ของหมวดธุรกิจธนาคารทั่วโลก และสูงสุดในอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569)

 

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กล่าวว่า “เราเชื่อว่านวัตกรรมเทคโนโลยีและการเงินต้องเดินเคียงคู่ไปกับความรับผิดชอบ การที่กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 รวมถึงคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นติดอันดับโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ โดยเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่สังคมและโลกในระยะยาว”

 

ประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์: ผลลัพธ์ที่จับต้องและวัดผลได้
1) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเงินที่ยั่งยืน
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low‑carbon Economy) ผ่าน การเงินเพื่อความยั่งยืน รวมกว่า 223,487 ล้านบาท ในช่วงเวลา 3 ปี (2566–2568) ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนบทบาทของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวนในบริบทโลก

 

ขณะเดียวกัน กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ได้ร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ผ่านมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงาน (Operational Net Zero) ภายในปี 2573

 

2) การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์มุ่งพัฒนาบริการสินเชื่อดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม โปร่งใส และรับผิดชอบ โดยมีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มหลักภายใต้กลุ่ม ดังนี้

 

• ‘เงินไชโย’ โดย บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด (AutoX) – สินเชื่อมีหลักประกัน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ประชาชนในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล ผู้มีภาวะสุขภาพหรือความบกพร่องทางร่างกาย และลูกค้าผู้สูงอายุ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ปี 2568 มีลูกค้าทั้งหมด 344,500 ราย ยอดสินเชื่อรวม 47.7 พันล้านบาท

 

• แพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ ‘มันนี่ทันเดอร์ (MoneyThunder)’ โดย บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด (ABACUS digital) – นำเทคโนโลยี AI และโมเดล Machine Learning รวมถึงการวิเคราะห์ Alternative Data มาช่วยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขสินเชื่อจากธนาคารทั่วไปและมักพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 4.7 ล้านคน ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 7.3 พันล้านบาท

 

• บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอป ‘ฟินนิกซ์ (FINNIX)’ โดย บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) – ฟินเทคสตาร์ทอัปร่วมทุนระดับสากลระหว่างกลุ่มเอสซีบีเอกซ์และ Abakus Group จากประเทศจีน ช่วยให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบการเงิน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีเอกสารทางการเงิน สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกกฎหมายอย่างรับผิดชอบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 1,093,902 คน และยอดสินเชื่อรวมกว่า 17.3 พันล้านบาท

 

3) การยกระดับการกำกับดูแลเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความปลอดภัยทางไซเบอร์
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ระบบดิจิทัลขององค์กรมีความมั่นคง เสถียร และรองรับการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการหยุดชะงักของระบบ โดยกำหนด โครงสร้างการกำกับดูแลตามแนวทาง Three Lines of Defense ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับระดับการกำกับดูแล เพื่อให้การดำเนินงานตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียต่อระบบเทคโนโลยีขององค์กร

 

ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดด้านความยั่งยืนในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มีนัยสำคัญดังกล่าวข้างต้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการปรับเพิ่มขึ้นของคะแนนสำหรับรอบการประเมินในปีล่าสุด และนำไปสู่การได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และการเป็นสมาชิก DJSI อย่างต่อเนื่อง

 

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการเงินของไทยสู่ระดับสากล ผ่านการผนึกกำลังด้านเทคโนโลยีและแนวทาง ESG เพื่อส่งมอบโซลูชันการเงินที่โปร่งใส ครอบคลุม และรับผิดชอบต่อสังคม ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ