*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 65.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์ หรือ 4.59% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 70.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.93 ดอลลาร์ หรือ 4.35% ราคาน้ำมันปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 4% ในวันพุธ (18 ก.พ.) หลังนักลงทุนประเมินความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันจากความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะปะทุขึ้น อีกทั้งการเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซีย ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้า *** ราคาทองคำทรงตัวเช้านี้ หลังจากพุ่งขึ้น 2% ในวันพุธ โดยตลาดเอเชียหลายแห่งยังปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างใกล้ชิด ทองคำแท่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อเช้านี้ หลังมีแรงซื้อเก็งกำไรจากราคาที่ปรับลดลงในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ที่เผยแพร่เมื่อคืนนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีท่าทีระมัดระวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางเผชิญแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสร้างความท้าทายให้กับเควิน วอร์ช ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่ *** ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันพฤหัสบดี โดยตลาดในภูมิภาคปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียกลับมาเปิดทำการหลังวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 2.76% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับตัวขึ้น 4.14% และ 1.48% ตามลำดับ *** เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยกับรอยเตอร์ส คาดว่า อิหร่านจะยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ภายหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่นครเจนีวา โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ประชุมกันที่ทำเนียบขาวเพื่อหารือเกี่ยวกับอิหร่าน โดยได้รับแจ้งว่ากองกำลังสหรัฐฯ ที่ถูกส่งไปยังภูมิภาคจะต้องเข้าประจำการให้ครบภายในกลางเดือนมี.ค. *** คำสั่งซื้อใหม่สินค้าทุนพื้นฐานที่ผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะที่ยอดการส่งมอบพุ่งขึ้นเช่นกัน สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังคงลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างแข็งแกร่ง และช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า คำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมหมวดกลาโหมและเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนธ.ค. หลังปรับทวนเพิ่มขึ้นเป็น 0.8% ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าผลสำรวจโดยรอยเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายปี คำสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐานขยายตัว 3.5% เนื่องจากกระแส AI ได้กระตุ้นการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้มาตรการภาษีนำเข้ายังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อภาคการผลิต ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 10.1% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ตาม *** รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 27-28 ม.ค. ระบุว่า ความพยายามของรัฐบาลภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการลดต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่อาศัย ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก โดยแผนของรัฐบาลในการเข้าซื้อพันธบัตรจำนอง (Mortgage bonds) ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (MBS) ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีอายุใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เฟดตั้งข้อสังเกตว่า การลดลงของอัตราผลตอบแทนดังกล่าว ไม่น่าจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยจำนองในปัจจุบันยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของสินเชื่อคงค้าง 
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการด้านสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตันในวันพฤหัสบดี โดยทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศรายชื่อประเทศสมาชิกที่ให้คำมั่นสนับสนุนเงินมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซา *** ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า กองกำลังของไทยยังคงยึดครองดินแดนของกัมพูชาหลังเกิดการปะทะกันเมื่อปีที่แล้ว แม้จะมีการทำข้อตกลงสันติภาพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนกลางก็ตาม พร้อมเรียกร้องให้ไทยอนุญาตให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ชายแดนที่ยังมีข้อพิพาท *** กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้จีนปรับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไปสู่รูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ โดยระบุว่ารูปแบบเดิมก่อให้เกิดความสูญเปล่าภายในประเทศและส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศอื่น นอกจากนี้ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงของจีนก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อประเทศคู่ค้า และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่ความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนยังเห็นว่า โมเดลการเติบโตของจีนจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและนโยบายเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการตอบสนองที่ครอบคลุมและเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเพิ่มเติม และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง *** ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังเผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญในการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่กำลังจะว่างลง ซึ่งการเสนอชื่อครั้งนี้จะเป็นสัญญาณให้นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนประเมินได้ว่า ผู้นำญี่ปุ่นต้องการมีอิทธิพลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางมากน้อยเพียงใด *** นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสหรัฐฯ มากกว่าสองเท่าในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้มาตรการภาษีนำเข้าของผู้นำสหรัฐฯ จะสร้างความผันผวนให้ตลาดและบดบังแนวโน้มผลประกอบการของภาคธุรกิจ ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การเข้าซื้อสุทธิหุ้นสหรัฐฯ ในฝั่งนักลงทุนที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน อยู่ที่ 720,100 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 134% จากระดับ 307,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 *** กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เรียกผู้บริหารเครือโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศเข้าหารือเป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขายกิจการของ Warner Bros. Discovery (WBD) โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลต้องการข้อมูลว่า การขายกิจการดังกล่าวจะส่งผลต่อผู้ชมภาพยนตร์อย่างไร และอาจทำให้จำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงลดลงหรือไม่ ก่อนหน้านี้ WBD ตกลงขายธุรกิจสตูดิโอและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง HBO Max ให้กับ Netflix แม้บริษัทจะระบุว่าจะกลับมาเจรจากับ Paramount Skydance Corp. อีกครั้งเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อกิจการ *** ผู้นำอาเซียน 3 ประเทศ ประกอบด้วยประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย, โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการด้านสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตันในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า ไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงมาเลเซีย ซึ่งลงนามในข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม 
|