ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ระยะ 1 ปี ไว้ที่ 3% และระยะ 5 ปี ไว้ที่ 3.5% นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 สะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่เลือกใช้มาตรการสนับสนุนแบบเฉพาะจุดสำหรับบางภาคส่วน มากกว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินในวงกว้าง เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นชาติเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก สูญเสียแรงส่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 โดยขยายตัวเพียง 4.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศ หลังการยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวดในช่วงปลายปี 2022 ด้านนักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์สระบุว่า GDP ตามมูลค่าเงินตรา (Nominal GDP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจและระดับรายได้ของครัวเรือน อยู่ต่ำกว่า 4% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยอยู่ที่ 3.8% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี หากไม่นับรวมปี 2020 ที่จีนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จากการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ อัตรา LPR ระยะ 1 ปีมีผลต่อเงินกู้ใหม่และเงินกู้คงค้างเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่อัตรา LPR ระยะ 5 ปีเป็นอัตราอ้างอิงสำคัญสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกัน ดัชนี GDP Deflator ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 และธนาคารคาดว่าภาวะเงินฝืดจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี 2026 นี้ 
ยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค. ขยายตัวเพียง 0.9% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ จากปัญหาวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ตลาดแรงงานที่ซบเซา และภาวะเงินฝืดที่ฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในการแถลงข่าว หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายจะเดินหน้าดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น และใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระดับเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของระดับราคา ด้านนักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ระบุในรายงานว่า รัฐบาลจีนมีความกังวลมากขึ้นต่อภาวะอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงที่อ่อนแอที่สุดในรอบศตวรรษนี้ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา PBOC ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเครื่องมือนโยบายการเงินเชิงโครงสร้างลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปีสำหรับโครงการรีไฟแนนซ์เพื่อภาคเกษตรและธุรกิจขนาดเล็ก เหลือ 1.25% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ ซึ่งแทนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยตรง ธนาคารกลางเลือกปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของธนาคารพาณิชย์จากแหล่งเงินของธนาคารกลาง เพื่อจูงใจให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อไปยังภาคส่วนเป้าหมายในอัตราที่เอื้ออำนวยมากขึ้น นอกจากนี้ PBOC ยังมีแผนจัดตั้งโครงการรีไฟแนนซ์เฉพาะสำหรับบริษัทเอกชน เพิ่มโควตาสินเชื่อด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และสนับสนุนธุรกิจเอกชนขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงการปรับลดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ลงเหลือ 30% เพื่อช่วยระบายสต็อกในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดย Wind Information ระบุว่า สินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์ในปี 2025 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี อยู่ที่ 16.27 ล้านล้านหยวน หรือราว 2.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำอุปสงค์การกู้ยืมที่ซบเซา และเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ที่มา CNBC 
|