อินโดนีเซียและสหรัฐฯ ลงนามในข้อตกลงการค้าเมื่อวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สินค้าส่วนใหญ่จากอินโดนีเซียที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 19% ยกเว้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญบางรายการ เช่น น้ำมันปาล์ม กาแฟ และโกโก้ ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่สินค้าจากสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด จะสามารถเข้าสู่อินโดนีเซียโดยไม่ต้องเสียภาษี นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังตกลงที่จะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และลงทุนในสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการขาดดุลการค้ากับอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในแถลงการณ์ร่วมภายหลังการลงนาม ซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตันว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการก้าวไปสู่ยุคทองใหม่ของการเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และอินโดนีเซีย ทางด้านเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมทั้งส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของชาวอเมริกัน ด้านแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศจะจัดตั้งสภาการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบข้อตกลงนี้ โดยประเด็นการค้าและการลงทุนทั้งหมดจะนำไปหารือในสภาดังกล่าว หากเกิดการปรับขึ้นราคาที่มากเกินไปหรืออาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี การลงทุนเพิ่มเติมจะครอบคลุมโครงการด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง ตลอดจนการพัฒนาแอมโมเนียสีน้ำเงิน (Blue ammonia) และโครงการด้านพลังงานอื่น ๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียต้องรับประกันความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการคุ้มครองหรือรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวมถึงภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ อินโดนีเซียยังต้องแจ้งสหรัฐฯ หากมีการทำข้อตกลงการค้าดิจิทัลฉบับใหม่กับประเทศที่สาม ซึ่งอาจกระทบต่อผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐฯ ส่วนมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีอื่น ๆ ประกอบด้วยการยกเว้นข้อกำหนดอัตราส่วนวัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content requirement) สำหรับสินค้าสหรัฐฯ ที่เข้าสู่อินโดนีเซีย ตลอดจนการจัดการเกี่ยวกับข้อกำหนดการรับรองมาตรฐานฮาลาลและการติดฉลากสินค้าที่ไม่ใช่ฮาลาล นอกจากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นภาษีต่างตอบแทนแล้ว ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะได้รับสิทธิพิเศษภายใต้กลไกโควตาภาษี (Tariff-quota mechanism) ที่มา Nikkei Asia 
|