จอง อึน-โบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Korea Exchange) ระบุว่า การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งทำผลงานโดดเด่นที่สุดในโลก มีแนวโน้มจะเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางความพยายามในการยกระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นและดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ ทัศนะดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ดัชนีอ้างอิง Kospi ขยับเข้าใกล้ระดับ 5,000 จุด ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายที่ดูห่างไกล และเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาหาเสียงของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง โดยขณะนี้ ดัชนีอยู่ห่างจากระดับดังกล่าวเพียงราว 2% หลังปรับตัวพุ่งขึ้นมากกว่า 94% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยแรงหนุนสำคัญของตลาด มาจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็น 2 ภาคส่วน ที่ได้รับความสนใจสูงในระดับโลก ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของฝ่ายนิติบัญญัติภายในประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน จอง อึน-โบ ระบุว่า “ตอนนี้ดัชนีใกล้ 5,000 จุดแล้ว แต่ผมคิดว่าอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก แม้แต่ระดับ 6,000 จุดก็เป็นไปได้” อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัด พร้อมชี้ว่า อุตสาหกรรมหลักของเกาหลีใต้ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ กลาโหม และต่อเรือ มีความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งน่าจะนำไปสู่การยกระดับมูลค่าใหม่ของตลาดหุ้น 
หากดัชนี Kospi แตะระดับ 6,000 จุด จะหมายถึงการปรับขึ้นเพิ่มเติมอีกราว 22% แม้ดัชนีจะต่อยอดการปรับขึ้นอย่างโดดเด่นเข้าสู่ปีใหม่ และปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 12 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วน เช่น นักกลยุทธ์จาก HSBC Holdings Plc กลับแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง โดยชี้ถึงความเสี่ยงจากความกว้างของตลาดที่อ่อนแอ ค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI นักลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งมีมูลค่าราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับมาให้ความสำคัญกับหมุดหมายของดัชนีอีกครั้ง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว ให้คำมั่นว่าจะผลักดันดัชนี Kospi ไปสู่ระดับ 5,000 จุด ซึ่งในเวลานั้น ดูเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากเกาหลีใต้ยังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากการประกาศกฎอัยการศึกอย่างไม่คาดคิดในเดือนธ.ค. 2024 โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ยิ่งซ้ำเติมสิ่งที่เรียกว่าส่วนลดเกาหลี ซึ่งหมายถึงการที่หุ้นเกาหลีถูกตีมูลค่าต่ำเรื้อรังจากปัญหาธรรมาภิบาล ทั้งนี้ การปรับขึ้นของดัชนี Kospi ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าดีที่สุดในบรรดาดัชนีหุ้นมากกว่า 90 แห่งทั่วโลกที่ Bloomberg ติดตาม อย่างไรก็ดี นักลงทุนรายย่อยในประเทศ กลับแทบไม่ได้เข้าร่วมในตลาดกระทิงครั้งนี้ โดยยังคงเป็นฝ่ายขายสุทธิของหุ้น Kospi และบางส่วนถึงกับคาดการณ์ว่าตลาดจะกลับทิศทาง กองทุน ETF แบบผกผัน ที่ให้ผลตอบแทนเป็น 2 เท่า จากการปรับลงของดัชนี Kospi ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ยังเตรียมเร่งกระบวนการเพิกถอนบริษัทที่ถูกเรียกว่า “บริษัทซอมบี้” หรือบริษัทที่มีรายได้ไม่เพียงพอ สำหรับชำระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานาน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ระบุว่า บริษัทลักษณะดังกล่าว “จำเป็นต้องถูกบังคับให้ออกจากตลาดโดยเร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด” พร้อมเสริมว่า เกาหลีใต้มีบริษัทจดทะเบียนมากเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยมีจำนวนราว 2,800 บริษัท ที่มา Bloomberg 
|