88TH กางแผนปี 69 หวังรายได้โต 30% มั่นใจตลาดในประเทศยังโตแกร่ง ชู "LYO" ยังเป็นเรือธงทุกช่องทาง พร้อมได้แรงหนุนจากแผนเจาะตลาดจีน หวังรัฐบาลใหม่กระตุ้นจับจ่ายช่วยอีกแรง ย้ำ ผถห.เบอร์ 1 โอนหุ้น 32.67% เป็นการโอนตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นรัฐมนตรี ไม่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ นางณัฐฐินี ชวนะนิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 69 ตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 30% ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจที่ตั้งไว้ ผ่านการกระจายความเสี่ยงในช่องทางขายสินค้า ทั้งโมเดิร์นเทรด - ออนไลน์ และตัวแทนจำหน่าย ที่กระจายสัดส่วนรายได้อย่างละ 30% ส่วนอีก 10% จะไปอยู่ที่การรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ขณะที่สินค้าหลักของบริษัท ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลผมครบวงจรอย่าง "LYO" ที่มีสัดส่วนรายได้ถึง 90% ส่วนที่เหลือจะเป็นกลุ่มสกินแคร์ ซึ่งบริษัทกำลังศึกษาหาแนวทางเพิ่มโปรดักส์ใหม่ และ SKU ใหม่ๆ มากขึ้น ขณะที่แผนธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจกับพาร์ทเนอร์ เพื่อนำสินค้า LYO เจาะตลาดตลาดออนไลน์ในประเทศจีน ที่ได้เซ็นสัญญาไปเมื่อช่วงเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา "จีนเราเพิ่งเริ่ม เป็นประเทศแรกที่เราจะเจาะ เป็นช่วงสร้างความรู้จักในตลาดจีน ส่วนเป้าหมายอาจจะยังไม่สามารถแจ้งได้ เพราะมีสัญญากับพาร์ทเนอร์ ตอนนี้เราเข้าไปออนไลน์ก่อน เดี๋ยวมีช่องทางเราจะไปเจาะโมเดิร์นเทรดต่อไป การตลาดก็จะต้องใช้อินฟลูฯ เป็นหลัก ซึ่งได้รับความนิยมมากในประเทศจีน " 
ปัจจัยบวกที่เรามองว่าจะส่งผลบวกในปีหน้าคือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ - การเจาะตลาดจีน และความได้เปรียบของสินค้าบริษัทที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค และการมีพาร์ทเนอร์กลุ่มโมเดิร์นเทรดที่แข็งแรง ที่ช่วยให้เราเติบโตไปกับโมเดิร์นเทรดอย่างมั่นคง และช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนปัจจัยที่ยังจับตา คือภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ที่ยังมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับปีนี้ แต่จากการปรับพอร์ต และการวางแผนของบริษัทด้วยการกระจายสัดส่วนธุรกิจไปหลายช่องทาง ส่งผลให้ในปีหน้าบริษัทมั่นใจว่าจะยังรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ส่วนปัจจัยเรื่องการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า เราคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท แต่เราต้องดูนโยบายอีกทีว่ารัฐบาลใหม่ที่จะได้มาจะมาในรูปแบบไหน ว่าจะเป็นทางตรงที่กระตุ้นใช้จ่ายเลย หรือจะเป็นนโยบายดึงนักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้ถือว่าส่งผลดีต่อเราทั้งสิ้น "เรากระจายความเสี่ยงในหลายตระกร้า อย่างตลาดออนไลน์โตก็จริง เราก็เข้าไปร่วม แต่เราก็ต้องแบ่งความเสี่ยงไปส่วนที่มั่นคงด้วย ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าเราวางแผนและกลยุทธ์ที่เรามาได้ถูกทาง สำหรับงบลงทุนในปีหน้า เรายังตั้งงบลงทุนในประเทศไว้ใกล้เคียงกับปี 68 แต่ที่ยังไม่แน่นอนคือตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจจะทำแผนเกิน 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งน่าจะชัดเจนอีกครั้งในครึ่งปีหลัง " ส่วนประเด็นเรื่องการโอนหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของนายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ สัดส่วน 32.67% ยืนยันว่าไม่มีผลต่อธุรกิจและการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นการ ให้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร 18.82% และ บลจ.เอ็มเอฟซี 13.85% ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นรัฐมนตรี ยันไม่มีผลต่ออำนาจบริหารงาน เนื่องจากเป็นการโอนหุ้นตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นรัฐมนตรี พ.ศ.2543 เนื่องจาก นายล้ำพันธุ์ คู่สมรสของ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยล่าสุด ทางบริษัทได้ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.68 ว่า นายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ได้ดำเนินการโอนหุ้น จำนวน 69,428,000 หุ้น คิดเป็น 32.67% ของจำนวนหุ้น ที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด(วัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นรัฐมนตรี พ.ศ.2543 )และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โดยหลังจากการโอนหุ้น ทำให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด ถือหุ้น 40,000,000 หรือ 18.82% บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 29,428,000 หรือ 13.85%  |