กระทรวงการคลังญี่ปุ่นประเมินว่า การออกพันธบัตรรัฐบาลประจำปีมีแนวโน้มพุ่งขึ้น 28% ในปีงบประมาณ 2029 เมื่อเทียบกับปีงบฯ 2026 จากภาระต้นทุนการชำระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกดดันแผนลดภาษีรัฐบาล หลังจากที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นว่าจะไม่ก่อหนี้ใหม่เพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว เอกสารประมาณการของกระทรวงการคลังที่สำนักข่าวรอยเตอร์ตรวจสอบระบุว่า ญี่ปุ่นอาจต้องออกพันธบัตรเพิ่มเป็น 38 ล้านล้านเยน (ราว 248,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2029 เพิ่มขึ้นจาก 29.6 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2026 เพื่อชดเชยช่องว่างระหว่างรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้ภาษี แม้รายได้ภาษีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อและกำไรภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่เพียงพอรองรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบสวัสดิการสังคมจากโครงสร้างประชากรสูงวัยและต้นทุนการชำระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยระยะยาว กระทรวงฯ คาดว่า ต้นทุนการชำระหนี้จะเพิ่มเป็น 40.3 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2029 จาก 31.3 ล้านล้านเยนในปี 2026 คิดเป็นราว 30% ของรายจ่ายทั้งหมด สะท้อนถึงแรงกดดันที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่สูงขึ้นจะมีต่อฐานะการคลังของประเทศ นายสึโยชิ อุเอโนะ นักวิจัยอาวุโสจาก NLI Research Institute กล่าวว่า แม้อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัว ต้นทุนการชำระหนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และญี่ปุ่นไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันดังกล่าวได้ โดยปกติ แนวโน้มการออกพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นมักส่งผลให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น แต่บอนด์ยีลด์รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดลงในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับการร่วงลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ที่มา Reuters 
|