SIRI ปิดงบ Q1/69 กำไร 864 ลบ. โต 6% ตุน backlog แน่น แย้ม Q2/69 เดินหน้าเปิด 6 โครงการใหม่

รูป SIRI ปิดงบ Q1/69 กำไร 864 ลบ. โต 6% ตุน backlog แน่น แย้ม Q2/69 เดินหน้าเปิด 6 โครงการใหม่

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 8:47: น.

SIRI ประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 รักษาโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง ทำกำไรสุทธิ 864 ล้านบาท เติบโต 6% พร้อมตุน Backlog รอโอนสูงถึง 24,000 ล้านบาท พร้อมบุ๊กเป็นรายได้ปีนี้ทันที 50% เดินหน้าไตรมาส 2/2569 เปิด6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันสูง วางกลยุทล็อกต้นทุนรับมือราคาพลังงานผันผวน

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มียอดขายอยู่ที่ 13,300 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 6,691 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 864 ล้านบาท โต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการทยอยโอนคอนโดมิเนียมหลายโครงการในปีนี้

ด้านตลาดแนวราบจะมีการแข่งขันที่เข้มข้น แต่แสนสิริยังคงสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น และยังมีความมั่นคงทางรายได้จากยอดขายรอโอน (Backlog) ที่สูงกว่า 24,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ได้ถึง 50% ของยอดรวมทั้งหมด

สำหรับแผนธุรกิจในไตรมาส 2 มีแผนเปิด 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท เน้นสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์ อาทิ เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ (Setthasiri Great Wongwaen-Chatuchot), เมเบิล ประชาอุทิศ 90 (Mabel Prachauthit 90) แบรนด์บ้านเดี่ยวใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้นเพียง 5 ล้านบาท, เตรียมส่งคอนโดมิเนียมโครงการระดับไอคอนิกอย่างเอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai), เวีย 34 (Via 34), ดีคอนโด วีเต (Dcondo Vite) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในทุกเซ็กเมนต์และทุกระดับราคา นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในไตรมาส 2 ได้แก่ เวีย 61 (Via 61), เดอะ เบส เชิงทะเล (THE BASE Cherngtalay) และเดอะ เบส ศรีจันทร์ - ขอนแก่น (THE BASE Srichan Khonkaen)

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ยังคงเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่สูงโดยเฉพาะสงครามราคา ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายจากข้อเสนอของผู้ประกอบการ ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ (1%) รวมถึงแรงหนุนจากการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว 1 ปี สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570) จะเป็นโอกาสของกลุ่มเรียลดีมานด์กับราคาที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ที่ดีที่สุด

“ภาคธุรกิจยังคงกังวลกับต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง สำหรับแสนสิริเราได้วางแผนล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าไว้บางส่วนเพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าราคาอาจปรับขึ้นตามกลไกตลาดในระยะต่อไป ในทางกลับกัน เรายังเห็นปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบของโลก แม้ในระยะแรกชาวต่างชาติจะเริ่มจากการเช่าอาศัย แต่เชื่อว่าจะนำไปสู่การตัดสินใจเป็นเจ้าของในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่มีแรงหนุนแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัย การลงทุน และการรักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ด้วยจุดแข็งของแบรนด์แสนสิริ ทั้งในด้านคุณภาพ ดีไซน์ บริการหลังการขาย และความคล่องตัวในการปรับตัวตามเทรนด์ตลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เราเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายวิชาญ กล่าว


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย