บล.เคจีไอ : KTB แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 31 บาท

รูป บล.เคจีไอ : KTB แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 31 บาท

efinAI


 

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นเป็นแรงกดันต่อการกำไรในหุ้นกู้Event
ปรับประมาณการกำไรปี 2569F/2570F และ ปรับลดคำแนะนำ

 

lmpact
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้การกำไรจากพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้มีแรงกดดัน
แนวโน้มอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรที่พลิกจากขาลงมาเป็นขาขึ้น YTD จะส่งผลกระทบกับทุกธนาคาร โดยเฉพาะ KTB ซึ่งมีนโยบายบันทึกผลกำไร/ขาดทุนจากการลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุน ทั้งนี้การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงตลอดปี 2568 ทำให้ KTB บันทึกกำไร FVTPL และ กำไรจากการลงทุน 1.70 หมื่นล้านบาท จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปีปรับลดลงประมาณ 80-100bps อย่างไรก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีขยับขึ้นมาประมาณ 20-40bps ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาอาจจะทำให้กำไรจากการลงทุนลดลง และ อาจจะทำให้ธนาคารต้องบันทึกผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุนระยะยาวบางส่วนด้วย

 

ปรับลดกำไรจากการลงทุน
กำไรจากลงทุนที่ 1.7 หมื่นล้านบาทผ่านงบกำไรขาดทุนในปี 2568 ซึ่งสูงกว่ากำไรตามปกติที่ประมาณปีละ 5.5 พันล้านบาทในช่วงปี 2565-2567 การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงขึ้นจะกดดันให้ธนาคารต้องบันทึกผลขาดทุน FVTPL ในงบกำไรขาดทุนงวด 1Q69 ซึ่ง ณ จุดนี้ เราได้ปรับลดกำไรจากการลงทุน และ กำไร FVTPL รวมในปี 2569F/2570F เป็นปีละ 1 หมื่นล้านบาท (ลดลงจากเดิมที่ปีละ 1.1 หมื่นล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าเมื่อปี 2568 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท

 

ปรับลด NIM ลงเล็กน้อย
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในธนาคารที่ทำธุรกรรมให้กับรัฐบาล เราคิดว่า KTB จะถูกกดดันมากกว่าธนาคารใหญ่อื่น ๆ เพื่อให้ปล่อยวงเงินสินเชื่อ และ ให้ความช่วยเหลือ SME ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยแคมเปญ “SME Boost” ที่ริเริ่มโดย ธปท. ส่งเสริมให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ให้กับ SME เพื่อแลกกับการลดค่าธรรมเนียม FIDF ลง 0.14% ซึ่ง ณ จุดนี้ เราได้ปรับลดสมมติฐาน NIM ของ KTB ลงเป็น 2.6%/2.67% ในปี 2569/2570 (จากประมาณเดิม 2.66%/2.74%) ซึ่งจะทำให้ NIM ลดลง 25bp ในปี 2569F (จากที่ลดลง 46bps ในปี 2568)

 

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ลงปีละ 3% และ ปรับลดคำแนะนำเป็นถือ
เราปรับลดประมาณการกำไรลงเพื่อสะท้อนถึง 1.) การปรับลด NIM ลงอีก 6bps 2.) การปรับลดกำไรจากการลงทุนปี 2569F ลงอีก 1 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้กำไรจากการลงทุนในปี 2569F/2570F อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาททั้งสองปี 3.) ปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 2569F/2570F ลงจากประมาณการเดิม -3%/-2% นอกจากนี้ ประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ของเรายังอิงจากสมมติฐานดังนี้ 1.) สินเชื่อขยายตัวปีละ 5% 2.) NIM อยู่ที่ 2.60%/2.67% 3.) credit cost อยู่ที่ปีละ 1% ทั้งนี้ เมื่อใช้ PBV ที่ 0.9x ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 31 บาท (ลดลงจากเดิมที่ 31.5 บาท) โดยเราปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือ

 

Risks
NIM ถูกกดดัน และ การด้อยค่าของ NPA, ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุนในหุ้น.

 

Chalie Kueyen
66.2658.8888 Ext.8851
chaliek@kgi.co.th

 

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ