EU ผ่อนคลายนโยบายสีเขียว เปิดทางรถสันดาปหลังปี 2035 - กลุ่มสิ่งแวดล้อมเตือนฉุด EV เหลือ 85%

รูป EU ผ่อนคลายนโยบายสีเขียว เปิดทางรถสันดาปหลังปี 2035 - กลุ่มสิ่งแวดล้อมเตือนฉุด EV เหลือ 85%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.พ. 69 12:24 น.

 

Transport & Environment (T&E) ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์ด้านการขนส่งสะอาด ประเมินว่า ยานยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มจะครองสัดส่วนราว 85% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในสหภาพยุโรป (EU) ตั้งแต่ปี 2035 ภายหลัง EU เตรียมยกเลิกการแบนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปรุ่นใหม่

 

เมื่อเดือนธ.ค. 2025 คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้เสนอให้ปรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในปี 2035 ลง 90% จากระดับปี 2021 แทนที่จะเป็นการลดลงเป็นศูนย์สำหรับรถยนต์และรถตู้ใหม่ทั้งหมด หลังเผชิญแรงกดดันจากค่ายรถยนต์

 

โดย T&E วิจารณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถือเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ที่สุดของนโยบายพลังงานสะอาดของสหภาพยุโรปในรอบหลายปี โดยระบุว่าข้อเสนอ จะเปิดทางให้ยังคงมีการจำหน่ายรถที่ปล่อย CO2 สูง ขณะที่ผู้ผลิตจีนแซงหน้าไปไกลขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

 

 

ด้านคณะกรรมาธิการยุโรประบุในเดือนธ.ค.ว่า แผนดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการขายรถ EV ในสหภาพยุโรป และช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ประหยัดต้นทุนได้ 2,100 ล้านยูโร (ราว 2,500 ล้านดอลลาร์) ภายในระยะเวลา 3 ปี ทำให้มีทรัพยากรเหลือสำหรับนวัตกรรมและการพัฒนารถไฟฟ้ารุ่นใหม่

 

ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร T&E ระบุว่า หลังปี 2035 ผู้ผลิตรถยนต์อาจขายรถที่ไม่ใช่ BEV ได้ตั้งแต่ 5-50% ของยอดขายทั้งหมด โดยสัดส่วนต่ำสุดเกิดจากกรณีที่ผู้ผลิตยังคงขายรถเครื่องยนต์สันดาปที่ปล่อยไอเสียในปริมาณสูง ส่วนสัดส่วนสูงสุดจะเกิดขึ้นหากผู้ผลิตขายรถปลั๊กอินไฮบริดแบบ Extended-range ในปริมาณที่สูง พร้อมกันนี้ T&E ยังประเมินว่าสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ รถที่ไม่ใช่ BEV จะมีสัดส่วนราว 15% ซึ่งประกอบด้วยรถเครื่องยนต์สันดาปบางส่วน และอีกบางส่วนเป็นรถปลั๊กอินไฮบริด

 

รายงานยังระบุว่า เมื่อรวมกับการขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามเป้าหมายปี 2030 การปล่อย CO2 จากรถยนต์ในช่วงปี 2025–2050 จะสูงกว่ากรณีที่ใช้กฎเกณฑ์เข้มงวดเดิมถึง 10%

 

ทั้งนี้ T&E ยังเตือนด้วยว่า มีความเสี่ยงที่กฎเกณฑ์จะถูกทำให้อ่อนลงไปอีก เมื่อข้อเสนอถูกนำไปถกเถียงในรัฐสภายุโรปและในสภาสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการประชุมของรัฐบาลประเทศสมาชิก โดยทั้ง 2 สถาบัน จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

 

ที่มา Reuters

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

สิริพงศ์ สิริชุมศรี

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย