จีนกำลังเร่งมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ขณะที่เงินฝากประจำราว 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่กำลังจะครบกำหนดในปีนี้ อาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญเพิ่มเติมให้กับตลาดการเงินของจีนในระยะต่อไป กองเงินออมมูลค่ามหาศาลนี้ เป็นผลพวงจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ และผลตอบแทนในตลาดหุ้นที่ซบเซามาหลายปี ทำให้ประชาชนจำนวนมากเลือกพักเงินไว้ในระบบธนาคารเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากทยอยลดลงใกล้ระดับ 1% ผู้ออมเงินดังกล่าวจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยบรรดานักลงทุนกำลังพิจารณาย้ายเงินไปยังหุ้น ผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง หรือประกันชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของรัฐบาลจีน ในการสร้างการเติบโตของตลาดทุนอย่างยั่งยืน เพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยรวม หมิน เฉิน ข้าราชการจากเมืองหางโจว เป็นหนึ่งในคนจำนววนั้น ซึ่งเธอมีเงินฝากประจำ 2 ล้านหยวน หรือราว 287,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่จะครบกำหนดในเดือนนี้ และวางแผนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม เนื่องจากข้อจำกัดด้านอาชีพ ทำให้ไม่สามารถลงทุนในหุ้นโดยตรงได้ แม้เงินฝากจะให้ผลตอบแทน 3.1% แต่เธอรู้สึกเสียดายที่พลาดการปรับขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นยังไม่จบลง รายงานของบริษัทหลักทรัพย์ Huatai Securities Co. ระบุว่า เงินฝากที่มีอายุมากกว่า 1 ปีรวมประมาณ 50 ล้านล้านหยวนจะครบกำหนดในปี 2026 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 10 ล้านล้านหยวน โดยประมาณ 30 ล้านล้านหยวนอยู่ในธนาคารพาณิชย์ของรัฐขนาดใหญ่ และสัดส่วนจำนวนมากจะครบกำหนดในช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นได้ชัดแล้ว โดยความต้องการประกันชีวิตแบบมีส่วนร่วมในผลกำไรจากบริษัทประกันรายใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่มั่นคงในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำ 
ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้น ซึ่งมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา ก็จูงใจให้นักลงทุนบางส่วนหันเข้าสู่ตลาดหุ้นโดยตรง โดยหุ้นจีนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเม.ย. และแสดงความแข็งแกร่งท่ามกลางความตึงเครียดด้านภาษีการค้าโลก จากความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ยังดึงดูดแรงซื้อ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยดัชนี Star 50 ซึ่งมีลักษณะคล้ายดัชนี Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 12% ในปี 2026 ขณะที่ราคาทองคำก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยนักลงทุนจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้าซื้อและช่วยหนุนการปรับขึ้นของราคา สถานการณ์ดังกล่าว ถือเป็นการพลิกกลับจากช่วงก่อนหน้า เมื่อประชาชนชาวจีนเคยมองหาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ดีที่สุด ในช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะขาลง โดยธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมาแล้ว 7 ครั้งตั้งแต่ปี 2021 เพื่อรักษาอัตรากำไร หลังถูกภาครัฐกำหนดให้ปล่อยสินเชื่ออัตราต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันธนาคารขนาดเล็กบางแห่งให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำเพียงเล็กน้อยเหนือระดับ 1% ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ Huatai คาดว่า ตลาดหุ้นจะได้รับอานิสงส์จากการที่ครัวเรือนปรับพอร์ตจากเงินฝากไปยังผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง แผนการลงทุนตราสารหนี้ และกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบมีเงินปันผล ซึ่งมักมีการนำเงินบางส่วนไปลงทุนในหุ้น รัฐบาลจีน พยายามหลีกเลี่ยงการเกิดวัฏจักรฟองสบู่และการปรับฐานรุนแรงซ้ำรอยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา หลังดัชนีหุ้นหลักทำจุดสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อปี 2025 โดยดัชนี CSI 300 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากร่วงลง 3 ปีติดต่อกัน และปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3% ในปี 2026 ที่มา Bloomberg 
|