สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 18 ก.พ.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | | | บล.ดาโอ | ถือ | 2.2 | | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อเก็งกำไร (Trading) | 2.22 | | บล.กรุงศรี | กลาง (Neutral) | 2.2 | | บล.บัวหลวง | ขายทำกำไร | - | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 2.3 | สรุปปัจจัยบวก
- ประกาศขยายวงเงินซื้อหุ้นคืนรวมเป็นไม่เกิน 35,000 ล้านบาท (จากเดิม 21,000 ล้านบาท) และขยายระยะเวลาโครงการไปจนถึงปี 2571 ช่วยสะท้อนความตั้งใจในการบริหารจัดการ ROE และ EPS (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - โครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท ด้วยวิธี AOM ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยจำกัด Downside และพยุงราคาหุ้นได้ดีกว่าวิธีเดิม (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง) - การลดจำนวนหุ้นจากการซื้อคืน จะช่วยเพิ่ม ROE ในอนาคต และช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Shield) ในปี 2570 ได้เกือบทั้งหมด (บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) - ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H25 ในอัตรา 0.068 - 0.071 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยมี Tier-1 สูงถึง 17.5% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมาก ทำให้สามารถจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนควบคู่กันได้ (บล.เอเซีย พลัส, บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ - ราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยในรอบที่ 3 ประมาณการอยู่ที่ 1.99 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน (บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 อาจชะลอตัวลง YoY จากแรงกดดันของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่มีทิศทางอ่อนตัวลง (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) - ความเสี่ยงจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Benefit) ในช่วงปี 2570 ซึ่งจะทำให้ภาระภาษีกลับมาเป็นปกติและกดดันกำไรสุทธิ (บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง) 
|