สมาคมธนาคารฯ ชี้จีดีพีปี 68 โตเกินคาด หวังรัฐเร่งเบิกจ่ายงบปี 70 ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มจีดีพีปี 69 มาอยู่ที่ 1.9%

รูป สมาคมธนาคารฯ ชี้จีดีพีปี 68 โตเกินคาด หวังรัฐเร่งเบิกจ่ายงบปี 70 ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มจีดีพีปี 69 มาอยู่ที่ 1.9%

efinAI


 


สมาคมธนาคารไทย เผยจีดีพีปี 68 เติบโตเกินคาด สะท้อนประสิทธิภาพรัฐบาล ผสานพลังภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายอย่างตรงจุด สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ชี้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล การเร่งพิจารณางบประมาณปี 2570 การเบิกจ่ายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ หวังรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการปี 69 มาอยู่ที่ 1.9% และ ส่งออกคาดขยายตัว 1.6% จากเดิมคาดหดตัว -1.2%

 

​นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด แม้เผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก และ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ สะท้อนประสิทธิภาพรัฐบาล ผสานพลังภาคเอกชน ขับเคลื่อนนโยบายอย่างตรงจุด สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการปี 69 มาอยู่ที่ 1.9% และ ส่งออกคาดขยายตัว 1.6% จากเดิมคาดหดตัว -1.2% โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

-เศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด แม้เผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานจีดีพีไตรมาส 4/68 เติบโต 2.5% สูงกว่าที่คาดไว้ 1.3% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโต 2.4% สูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมที่ 2.0–2.2% และ ปรับเพิ่มประมาณการปี 2569 เป็น 1.5–2.5% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ทำงานอย่างมืออาชีพ แม้ว่าจะเป็นในช่วงเวลาสั้นมากๆ โดยมีการประสานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทำให้มาตรการต่าง ๆ ออกแบบได้ตรงจุด โปร่งใส และ เกิดผลจริง สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand ที่เน้นการร่วมออกแบบและร่วมขับเคลื่อนอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ



-ที่ผ่านมา มาตรการ “Quick Big Win” มีบทบาทสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมๆกับการวางรากฐานในระยะยาว มีการกำหนดเจ้าภาพชัดเจน ตั้งเป้าหมายและกรอบเวลาที่วัดผลได้ ลดความซ้ำซ้อน และ ทำให้การดำเนินนโยบายเป็นเอกภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารเชิงนโยบายอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านวินัยการคลัง และ กรอบการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน รวมถึงการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ Connect the Dots เพื่อจัดการความเสี่ยงเชิงระบบ เช่น การติดตามเส้นทางการเงิน และสินทรัพย์เสมือนเงิน ซึ่งช่วยลดปัญหาเงินเทา และ แรงกดดันต่อค่าเงินบาท

 

-โจทย์สำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาอัตราการเติบโต แต่ คือ การสร้าง Trust and Confidence ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดย จีดีพีล่าสุด และ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาในเชิง “Vote of Confidence” สะท้อนความคาดหวังต่อความต่อเนื่องของนโยบาย และ ความมั่นคงของรัฐบาล

 

-ภาคธุรกิจจึงให้ความสำคัญกับความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล การเร่งพิจารณางบประมาณปี 2570 และ การเบิกจ่ายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐอย่างเต็มที่

 

-สมาคมธนาคารไทย ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการ PromptBiz ภาคเอกชน เพื่อลดต้นทุนการค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มสภาพคล่องด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรม ลดการใช้หลักประกัน และ ผลักดัน Financial Inclusion ในระบบเศรษฐกิจจริง

 

“การที่รัฐบาลได้มืออาชีพที่มีประสบการณ์ตรงเข้ามาบริหารงานและสามารถ Action ได้เลย ดังเช่น ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และคุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และ การตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนข้อมูล อยู่ในกรอบมาตรฐานที่นานาชาติยอมรับ ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าได้ภายใต้ภาวะความผันผวนและความท้าทายที่เกิดขึ้น โมเมนตัมเศรษฐกิจปลายปี 68 เชื่อว่า จะสามารถทำให้เกิด Positive Surprise ต่อเนื่องมาในปี 69 และถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญในการเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ทั้งความเปราะบางของครัวเรือนจากหนี้สูง ความสามารถแข่งขันของ SME และ การปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดช่องโหว่ทุจริต เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เปิดตลาดใหม่ ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม New S-Curve และ พลิกฟื้นประเทศไทยให้กลับมาโดดเด่นในภูมิภาคอีกครั้ง”


 

-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% YoY และ พลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% QoQ ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ และ ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้จีดีพีไตรมาส 4/68 ขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 2.5% และ สูงกว่าที่ KResearch ประเมินไว้ที่ 0.8%YoY ในขณะที่ Consensus อยู่ที่ 1.3% YoY

 

-ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด ซึ่งการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้นที่ 1.8% หลังโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 4/68 ขยายตัวสูงกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มมุมมองการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการทยอยเข้ามาของเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center และอิเล็กทรอนิกส์

 

-การส่งออกไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 1.6% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -1.2% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก กระแสการลงทุน AI และ Data Center ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์ในสินค้าประเภท IC และอุปกรณ์ Telecom ยังคงขยายตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมิน และ การประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 25% ตามมาตรา 232 ของสหรัฐฯ สำหรับ Semiconductor ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากมุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มชิป AI ขั้นสูงที่ไทยไม่ได้เป็นฐานการผลิต ส่งผลให้ในภาพรวมคาดว่า การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัวได้เกิน 10% ในปีนี้

 

-ผลการเลือกตั้งช่วยลดความเสี่ยงทางการเมืองจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า และ ความต่อเนื่องของนโยบายช่วยหนุนเชื่อมั่น แต่ผลดังกล่าวต่อจีดีพีไทยในปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมของนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มบังคับใช้ได้ทันภายในไตรมาสที่ 4 ตามที่ประเมินไว้

 

-โครงการหลักอย่าง คนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่าจะเริ่มได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้แหล่งเงินจากงบกลางปี 2569 ราว 30,000 ล้านบาท และ อาจขยายเฟสต่อเนื่องไปใช้งบปี 2570 อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดังกล่าวได้ถูกรวมไว้ในประมาณการแล้ว

 

-เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/69 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงและเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ จากการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

 

-การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการขาดแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่ต้องเลื่อนออกไป ประกอบกับ ปัจจัยฐานสูงจากในช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมาตรการลดหย่อนภาษี และ การแจกเงินผู้สูงวัย

 

-จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกคาดว่า จะยังคงหดตัวจากปัจจัยฐานสูง ก่อนจะทยอยฟื้นตัว และ กลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป

 

-การส่งออกในไตรมาส 1/69 จะยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง แต่คาดว่าการนำเข้าจะเร่งตัวขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ดุลการค้ามีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย