Bloomberg Intelligence ระบุว่า ยอดการออกกรีนบอนด์ (Green bond) และหนี้สีเขียวทั่วโลกในปีนี้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 947,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มทำผลตอบแทนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 และแซงหน้าดัชนี S&P 500 ขณะที่หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้ายังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เม็ดเงินไหลเข้าดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าจับตามองโดยเฉพาะในยุคที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมทั้งยกเลิกกฎหมายและเงินอุดหนุนด้านพลังงานสะอาด ขณะที่ยุโรปเองได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดลงบางส่วน เนื่องจากความกังวลเรื่องการเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน สัญญาณจากนโยบายที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 4% ซึ่งขับเคลื่อนโดย AI ระบบทำความเย็น และความต้องการใช้ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน Melissa Cheok รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยการลงทุน ESG ของ Sustainable Fitch กล่าวว่า "การลงทุนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรในกลุ่ม ESG เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป เงินทุนมีแนวโน้มจะไหลไปสู่ส่วนที่มีรายได้ชัดเจน มีนโยบายสนับสนุน และมีความต้องการเชิงโครงสร้าง เช่น การอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อมโยงกับการใช้ไฟฟ้า" ภาพรวมแบ่งตามภูมิภาคและประเภทสินทรัพย์ - เอเชียแปซิฟิก: บริษัทและผู้ออกตราสารภาครัฐ ระดมทุนผ่านหนี้สีเขียวได้ถึง 261,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปีก่อน โดยมีจีนและอินเดียเป็นผู้นำ
- จีน: ยอดออกพันธบัตรสีเขียวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 138,000 ล้านดอลลาร์ นำโดยธนาคารรายใหญ่ และยังออกขายพันธบัตรรัฐบาลในลอนดอนเมื่อต้นปีนี้ด้วย
- อินเดีย: เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการระดมทุน IPO ด้านพลังงานหมุนเวียน โดยมีการจดทะเบียน IPO เข้าตลาดแล้ว 11 บริษัท ระดมทุนไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และอีก 6 บริษัทกำลังจดทะเบียนเพื่อระดมทุนเพิ่มอีกกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์
- สหรัฐฯ: สวนทางกับตลาดโลก โดยยอดการออกหนี้สีเขียวลดลง 7% มาอยู่ที่ 163,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดกลายเป็นผู้นำตลาดในปีนี้ โดยดัชนี S&P Dow Jones Indices และ WilderShares พุ่งขึ้น 45% และ 60% ตามลำดับ แม้จะยังไม่ถึงระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 2021 แต่หุ้นกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ รวมถึงผู้ผลิตกังหันลมในจีนและเยอรมนี ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า ยอดขายตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน ดิ่งลง 50% ในปีนี้ มาอยู่ที่ 165,000 ล้านดอลลาร์ จากความกังวลเรื่องการฟอกเขียว ขณะที่ตราสารหนี้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (Transition bond) สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 10,900 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม Xuan Sheng Ou Yong ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืนของ Robeco ในสิงคโปร์ มองว่า แนวโน้มดังกล่าวมีโอกาสกลับทิศในช่วงสองปีข้างหน้า จากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของกองทุนในยุโรป ซึ่งจะช่วยให้ผู้จัดการสินทรัพย์กำหนดนิยาม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะเปิดทางไปสู่การลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่สร้างมลพิษสูงมากขึ้น ที่มา Bloomberg 
|