ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงหนักในวันอังคาร (20 ม.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 870.74 จุด ซึ่งทั้ง 3 ดัชนีหลัก ทำสถิติปรับตัวลงรายวันมากที่สุดในรอบ 3 เดือน จากแรงเทขายในวงกว้าง หลังนักลงทุนวิตกว่าภัยคุกคามจากการตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อยุโรป อาจเป็นสัญญาณของความผันผวนอีกครั้งในตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 48,488.59 จุด ลดลง 870.74 จุด หรือ 1.76% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,796.86 จุด ลดลง 143.15 จุด หรือ 2.06% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 22,954.32 จุด ลดลง 561.07 จุด หรือ 2.39% ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ตัว ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบวัน นับตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างชัดเจน ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมปรับเพิ่มขึ้นจากแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเผชิญแรงกดดันอีกระลอก โดยวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดตอบสนองต่อความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่า จะมีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป กับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ อยู่แล้ว 
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า อัตราภาษีดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอยู่จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก รวมถึงรัฐบาลเดนมาร์ก ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเกาะกรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย การนำเรื่องภาษีกลับมาข่มขู่สร้างความผันผวนต่อตลาดโลกอีกครั้ง เช่นเดียวกับช่วงวันปลดปล่อยในเดือนเม.ย. 2025 ซึ่งมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อคู่ค้าทั่วโลก เคยกดดันดัชนี S&P 500 เกือบเข้าสู่ภาวะตลาดหมี โดยดัชนีวัดความผันผวน CBOE ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของวอลล์สตรีท พุ่งขึ้นแตะ 20.09 จุด ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. แม้จะมีประเด็นภาษีและความผันผวนในตลาดพันธบัตร แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง โดยนักลงทุนติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการในสัปดาห์นี้ รวมถึงการปรับประมาณการ GDP ไตรมาส 3, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เดือนม.ค. และดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ความสำคัญ ขณะที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการเริ่มเข้มข้นขึ้น โดยบริษัทชั้นนำหลายแห่งเตรียมรายงานผลการดำเนินงานในสัปดาห์นี้ หนึ่งในนั้นคือ Netflix ซึ่งราคาหุ้นปิดลดลง 0.8% ก่อนการประกาศผลประกอบการหลังปิดตลาด ที่มา Reuters 
|