S&P Global Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดคาดการณ์ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของจีนในปีนี้ โดยระบุว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในตลาดแรก (Primary market) มีแนวโน้มลดลง 10-14% แย่กว่าคาดการณ์เดิมที่ประเมินไว้เมื่อเดือนต.ค. 2025 ว่า จะลดลง 5-8% นักวิเคราะห์มองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนอยู่ในช่วงขาลงมานาน จนมีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่สามารถเข้ามาดูดซับที่อยู่อาศัยค้างสต็อก โดยอาจเข้าซื้อเพื่อนำไปทำเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา แม้จะดำเนินการมาแล้ว แต่ก็ยังขาดความต่อเนื่องและไม่ครอบคลุม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ของขนาดเศรษฐกิจ มียอดขายรายปีลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งภายในเวลาแค่ 4 ปี โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดเริ่มทรุดตัวมาจากการที่รัฐบาลจีนปราบปรามการออกหนี้ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อุปสงค์ฝั่งผู้บริโภคยังไม่ฟื้น บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนถึงปัญหาการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาดในจีน ขณะที่บริษัทอสังหาฯ ยังคงเดินหน้าก่อสร้างต่อไป แม้ยอดขายจะซบเซา ส่งผลให้บ้านค้างสต็อกเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน นักวิเคราะห์ของ S&P มองว่า “อุปทานส่วนเกินของที่อยู่อาศัยในตลาดแรกของจีน ทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แรงกดดันจากอุปทานล้นตลาดจะทำให้ราคาบ้านปรับลดลงอีก 2–4% ในปีนี้ หลังจากลดลงในอัตราใกล้เคียงกันมาแล้วเมื่อปีก่อน” รายงานของ S&P ยังระบุว่า ราคาบ้านที่ดิ่งลงบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ที่หาทางออกได้ยาก ข้อที่น่ากังวลก็คือ ราคาบ้านในเมืองใหญ่ของจีนดิ่งแรงขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ก่อนหน้านี้ เราเคยมองว่าตลาดบ้านกลุ่มนี้ยังแข็งแกร่ง และน่าจะเป็นจุดที่พยุงให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศฟื้นตัว เมืองใหญ่อย่าง ปักกิ่ง กวางโจว และเซินเจิ้น รายงานว่า ราคาบ้านในปีที่ผ่านมา ลดลงอย่างน้อย 3% ขณะที่เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ราคาบ้านปรับขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 5.7% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มา CNBC 
|