ชาวอเมริกันจำนวนมากอาจได้รับเงินภาษีคืนเพิ่มขึ้นในปีนี้ ภายใต้กฎหมาย “One Big Beautiful Bill” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Economic Council - NEC) กล่าวว่า “มีข่าวดีมากมายในช่วงปีใหม่นี้ คุณจะได้เห็นฤดูกาลคืนเงินภาษีที่ใหญ่กว่าครั้งไหน ๆ” ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ทรัมป์กล่าวในสัปดาห์เดียวกัน อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จำนวนเงินคืนภาษีหรือภาษีที่ต้องชำระจะขึ้นอยู่กับว่า มาตรการใหม่ใดที่ส่งผลกับผู้ขอเงินคืน และมีการชำระภาษีไปแล้วมากน้อยเพียงใดในปี 2025 ผ่านการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือภาษีที่ต้องชำระโดยประมาณ กฎหมายฉบับดังกล่าวของทรัมป์ประกาศใช้เมื่อเดือนก.ค. ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีหลายรายการ และมีผลย้อนหลังในปีภาษี 2025 ซึ่งจะสะท้อนในแบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นในปี 2026 อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ยังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลตารางแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับนายจ้าง ส่งผลให้การหักภาษีของลูกจ้างในปี 2025 ยังคงอิงตามอัตราภาษีก่อนการลดภาษีของทรัมป์ แกร์เร็ตต์ วัตสัน (Garrett Watson) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์นโยบายของ Tax Foundation ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยไม่แสวงหากำไร คาดว่าเรื่องนี้จะทำให้เงินคืนภาษีในฤดูกาลยื่นภาษีปี 2026 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ” ข้อมูลล่าสุดจาก IRS ระบุว่า ณ วันที่ 26 ธ.ค. เงินคืนภาษีเฉลี่ยสำหรับการยื่นแบบบุคคลธรรมดาประจำปี 2025 อยู่ที่ 3,167 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3,138 ดอลลาร์ในปี 2024 
แอนดรูว์ เลาตซ์ (Andrew Lautz) ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายภาษีประจำศูนย์ Bipartisan Policy Center ระบุว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น หรือมีภาระภาษีน้อยลงในปีนี้ โดยมาตรการลดหย่อนภาษีบางรายการจะส่งผลต่อผู้ยื่นแบบในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ สำหรับปีภาษี 2025 กฎหมายดังกล่าวได้เพิ่มค่าลดหย่อนพื้นฐานเป็น 15,750 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับคนโสด และ 31,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับคู่สมรสที่ยื่นแบบร่วมกัน จากเดิม 15,000 ดอลลาร์ และ 30,000 ดอลลาร์ตามลำดับ นอกจากนี้ หลายครอบครัวยังอาจได้รับเครดิตภาษีบุตรเพิ่มขึ้น โดยในปี 2025 วงเงินลดหย่อนสูงสุดเพิ่มเป็น 2,200 ดอลลาร์ จากเดิม 2,000 ดอลลาร์ สำหรับครอบครัวที่มีสิทธิได้รับเต็มจำนวน นอกจากนี้ อัตราลดหย่อนภาษีใหม่สำหรับผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป อาจเพิ่มเป็น 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้สูงอายุชาวอเมริกันจำนวนมากในช่วงปี 2025–2028 โดยสามารถใช้ค่าลดหย่อนได้เต็มจำนวน หากมีรายได้รวมหลังปรับแล้ว ไม่เกิน 75,000 ดอลลาร์ หรือ 150,000 ดอลลาร์สำหรับคู่สมรสที่ยื่นแบบร่วมกัน แอนดรูว์ เลาตซ์ ระบุว่า กฎหมายของทรัมป์ยังเพิ่มมาตรการลดหย่อนภาษีชั่วคราวสำหรับผู้ยื่นแบบบางกลุ่ม ซึ่งอาจทำให้ภาษีลดลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมาตรการเหล่านี้ครอบคลุมการลดหย่อนภาษีรายได้จากทิปและค่าล่วงเวลา การลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์ และการเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนภาษีของมลรัฐและท้องถิ่น ที่เรียกว่า SALT IRS ประเมินว่า มีแรงงานราว 6 ล้านคนที่รายงานว่ามีรายได้จากค่าทิป ส่วนในระดับประเทศ แรงงานประมาณ 6% รายงานว่ามีรายได้จากค่าล่วงเวลาในปี 2024 ตามข้อมูลจาก Peter G. Peterson ซึ่งเลาตซ์มองว่า “ส่วนที่น่าจะมีการคืนเงินภาษีมากที่สุดจริง ๆ คือการเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนภาษีในส่วน SALT” สำหรับปีภาษี 2025 เพดานการหักลดหย่อน SALT ปรับเพิ่มเป็น 40,000 ดอลลาร์ จาก 10,000 ดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งครอบคลุมภาษีเงินได้ของรัฐและท้องถิ่น รวมถึงภาษีทรัพย์สิน ที่มา CNBC 
|