GBS มอง SET แกว่งตัวกรอบ 1,300–1,330 จุด รับแรงหนุนสหรัฐฯ ยกเลิกภาษียุโรป

รูป GBS มอง SET แกว่งตัวกรอบ 1,300–1,330 จุด รับแรงหนุนสหรัฐฯ ยกเลิกภาษียุโรป

efinAI


 

 

บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,300–1,330 จุด รับปัจจัยบวกต่างประเทศ หลังสหรัฐฯ ยกเลิกเก็บภาษีศุลกากรยุโรป หนุนเชื่อมั่นลงทุน จับตาปัจจัยเสี่ยงโลก-ข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศ แนะกลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง MTC, SAWAD, TIDLOR,BAM

 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า ดัชนี SET มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวันโดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกต่างประเทศ หลังผู้นำสหรัฐฯประกาศ ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีศุลกากร จาก 8 ประเทศยุโรป ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านการค้าและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อบรรยากาศการลงทุนโลก จึงคาดว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300–1,330 จุด

 

 

อีกทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง โดย GDP ไตรมาส 3 ปี 2568 โต 4.4% สูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนอยู่ในระดับดีมากหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตรียมพบกันปลายปีนี้ ด้านตลาดแรงงานสหรัฐฯยังแข็งแกร่งสู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาด

 

ส่วนการค้าระหว่างประเทศไทยปี 2568 ส่งออกและนำเข้าขยายตัวใกล้เคียงกัน โดยกระทรวงพาณิชย์รายงานส่งออก ธ.ค. 2568 โต16.8% นำเข้าโต18.8% ขาดดุลฯ 352 ล้านเหรียญ ทั้งปี 2568 ส่งออก-นำเข้าโตใกล้เคียงกันที่ 12.9% ขาดดุลฯ 5.3 พันล้านเหรียญ แม้มีความเสี่ยงจากเงินบาทแข็งค่าและสถานการณ์โลกในปี 2569

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบต่างประเทศ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศยื่นฟ้องเจพีมอร์แกน เชสและซีอีโอ เจมี ไดมอน กรณีปิดบัญชีของเขาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์คัดค้านอย่างหนักต่อการที่สหภาพยุโรปเตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนบางแห่งในฐานะ “ซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง” ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% พร้อมระบุว่ามีโอกาสมากขึ้นที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น

 

อีกทั้งยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ สัปดาห์ที่ 4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, วันที่ 30 ม.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, วันที่ 1 ก.พ. เลือกตั้งล่วงหน้า, วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้ง, วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/69

 

ด้านสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 26 ม.ค. ญี่ปุ่น รายงานดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนพ.ย., สหรัฐฯ รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย. และดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนธ.ค., วันที่ 27 ม.ค. จีน รายงานกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., อียู รายงานยอดขายรถยนต์ใหม่เดือนธ.ค., สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ ราคาบ้านเดือนพ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค., ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งที่ 1/69

 

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้น MTC, SAWAD, TIDLOR และ BAM เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรงจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง หลังธนาคารกลางส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย