สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 30 ม.ค.69 ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 21.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 20.50 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 20.30 | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 20.00 | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 20.00 | บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 19.60 | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ซื้อ | 19.60 | บล.พาย | ซื้อ | 19.00 | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ถือ | - | บล.เอเซีย พลัส | Underperform | 14.60 | สรุปปัจจัยบวก- แนวโน้มกำไรปกติ 4Q25 เติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ (บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.บัวหลวง, บล.พาย, บล.ฟินันเซีย ไซรัส)
- ตลาดเมียนมาเติบโตโดดเด่นและเข้าสู่ช่วง High Season ช่วยหนุนยอดขายต่างประเทศให้ฟื้นตัวแรง (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.เมย์แบงก์, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไร (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.พาย, บล.เมย์แบงก์)
- กลุ่ม Personal Care เข้าสู่ช่วงฤดูกาลขายและมีการออกสินค้าใหม่ช่วยกระตุ้นยอดขาย (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.ลิเบอเรเตอร์)
- อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูงจูงใจที่ 6% - 7.4% เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว (บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง, บล.เมย์แบงก์, บล.พาย)
- การรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยาจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว (บล.หยวนต้า, บล.ดาโอ, บล.พาย)
- แนวโน้มผลประกอบการ 1Q26 คาดว่าจะโตต่อเนื่องจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหลังผ่านการปรับลดสต็อกสินค้า (บล.ทิสโก้, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซีย พลัส)
สรุปปัจจัยลบ- ความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นและกดดันมาร์จิ้น (บล.ทิสโก้)
- เศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
- กำไรสุทธิ 4Q25 อาจถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษ (One-time expense) ประมาณ 100-155 ล้านบาท ในการปรับโครงสร้างโรงงาน (บล.หยวนต้า, บล.เมย์แบงก์, บล.พาย, บล.เอเซีย พลัส)
- ยอดส่งออกไปกัมพูชายังคงเป็นศูนย์จากปัญหาความขัดแย้งชายแดน (บล.เอเซีย พลัส)
- ความท้าทายในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่ยังไม่เห็นกลยุทธ์ฟื้นตัวที่ชัดเจน (บล.เอเซีย พลัส)
- การแข่งขันในตลาดเมียนมามีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น (บล.เอเซีย พลัส)
- อัตราภาษีจ่ายรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการเริ่มเสียภาษีในเมียนมา (บล.พาย)
- โมเมนตัมการเติบโตในต่างประเทศเริ่มชะลอตัวและตลาดในประเทศเริ่มอิ่มตัว (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล)
 |