Nvidia ลงทุนใน CoreWeave เพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่า 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว CoreWeave จะเป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรก ๆ ที่นำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Nvidia มาใช้งาน รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูล และหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รุ่นใหม่ชื่อ Vera Nvidia เข้าซื้อหุ้นสามัญ Class A ของ CoreWeave ที่ราคา 87.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ ก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินแบบหมุนเวียน (Circular financing) ที่ทำให้มูลค่าของบริษัทด้าน AI ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความกังวลต่อการเกิดฟองสบู่ AI อย่างไรก็ดี เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวว่า การลงทุนเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการเติบโตและรูปแบบธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ Nvidia ที่เป็นผู้ถือหุ้นของ CoreWeave อยู่แล้ว ยังตกลงซื้อบริการจากบริษัทมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2032 Nvidia ใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลผลักดันอุตสาหกรรม AI ในวงกว้าง ผ่านการจับมือและลงทุนหนักกับลูกค้าของตนเอง โดยบริษัทให้คำมั่นว่าจะทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัท AI ที่ใช้ชิปของ Nvidia และสนับสนุนการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท หลังรายงานดังกล่าว ส่งผลให้หุ้น CoreWeave ปรับขึ้นสูงสุดราว 17% ในการซื้อขายวันจันทร์ ขณะที่หุ้น Nvidia ขยับขึ้นไม่ถึง 1% 
การประกาศครั้งนี้ ยังฉายภาพช่องทางธุรกิจใหม่ของ Nvidia โดยซีพียูภายใต้แบรนด์ “Vera” นับเป็นครั้งแรกที่บริษัท เสนอชิปประเภทนี้ในรูปแบบแยกเดี่ยว ซึ่งหมายความว่า Nvidia จะเข้าสู่การแข่งขันกับซีพียูของ Intel และ AMD ภายในดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง อีกทั้ง Vera ยังอาจเป็นทางเลือกแทนชิปที่ผู้ให้บริการคลาวด์พัฒนาขึ้นใช้เอง เช่น Graviton ของ Amazon โดยก่อนหน้านี้ซีพียูของ Nvidia มีจำหน่ายเฉพาะในระบบที่ผสานกับชิปอื่นเท่านั้น เจนเซ่น หวงกล่าวถึงซีพียูรุ่นดังกล่าวว่า “Vera เป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการอย่างแท้จริง” โดยปฏิเสธที่จะระบุชื่อลูกค้ารายอื่นนอกเหนือจาก CoreWeave แต่ย้ำว่า “จะมีอีกมากมาย” โดยหลังการเปิดตัว พบว่าหุ้น Intel ร่วงลงสูงสุด 6.1% ขณะที่ AMD ลดลงสูงสุด 3.6% Nvidia ครองตลาดหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาและรันโมเดล AI อยู่แล้ว การเพิ่มซีพียูซึ่งมักถูกเรียกว่าเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ทำให้บริษัทขยายเป้าหมายสู่ส่วนอื่นของอุตสาหกรรมคอมพิวติ้งมากขึ้น ขณะที่ CoreWeave ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อปีที่แล้ว และปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นที่รู้จักในฐานะ “นีโอคลาวด์” หรือผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางสำหรับงาน AI โดยเงินลงทุนจาก Nvidia จะช่วยเสริมฐานะการเงินของ CoreWeave และคลายความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลเพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าว Nvidia จะช่วยให้ CoreWeave จัดซื้อที่ดินและแหล่งพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงช่วยทำการตลาดซอฟต์แวร์ AI และวางระบบสถาปัตยกรรมระบบของ CoreWeave ให้กับพันธมิตรคลาวด์และลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งแผนของ CoreWeave ที่ตั้งเป้ากำลังการผลิต 5 กิกะวัตต์นั้น เทียบเท่ากำลังไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง โดยไฟฟ้า 1 กิกะวัตต์เพียงพอสำหรับจ่ายให้บ้านเรือนในสหรัฐฯ ราว 750,000 หลัง ที่มา Bloomberg

|