| PROUD มั่นใจปี 69 โตเด่นกว่าปีก่อน ลุ้น Q2 โตทั้ง QoQ และ YoY เร่งรับรู้รายได้–กระแสเงินสดจาก “รมย์ คอนแวนต์” เริ่มโอน ตุน Backlog กว่า 5.3 พันลบ.พร้อมลุยซื้อที่ดิน 2.5–3 พันลบ.เสริมเกมโต นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/69 เทียบ QoQ และ YoY มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน คาดรายได้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรคาดจะปรับตัวสูงกว่าไตรมาส 1/69 ที่เป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ โครงการ “รมย์ คอนแวนต์” เตรียมเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง วางแผนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง โดยตั้งงบลงทุนไว้ราว 2,500–3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนการเติบโตในอนาคต มั่นใจแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 69 จะดีกว่าปีก่อน โดยคาดว่ากำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมหนุนผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 12% สะท้อนทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้น "คาดผลการดำเนินงานปี 69 จะเติบโตโดดเด่นเทียบกับปีก่อน เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวของรายได้และกระแสเงินสดอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ลักชัวรีเวลเนสเรสซิเดนเซส บนทำเลใจกลางสาทร–สีลม ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 90% และเริ่มส่งมอบห้องเพื่อรับรู้รายได้ตั้งแต่พ.ค." มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) รวมกว่า 5,320 ล้านบาท โครงการหลักที่ยังทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ได้แก่ VEHHA Hua Hin มูลค่าโครงการ 2,371 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 70% โอนแล้ว 58% โครงการ Nue District R9 มูลค่า 6,668 ล้านบาท มียอดขาย 96% โอนแล้ว 88% โครงการ VI Ari มูลค่า 466 ล้านบาท ที่ใกล้ปิดโครงการ สะท้อนดีมานด์ของตลาดลักชัวรียังแข็งแกร่งแม้ภาวะตลาดผันผวน โครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort สามารถสร้างยอดขายสะสมแล้วกว่า 33% ภายในระยะเวลาไม่นานหลังเปิดตัว เดินหน้าขยายพอร์ตสู่ตลาด Luxury Landed Residence ผ่านโครงการ VARUNN Chaengwattana–Ratchapruek มูลค่า 4,147 ล้านบาท ซึ่งเปิดพรีเซลไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์อย่างต่อเนื่อง บริษัทใช้กลยุทธ์การพัฒนาแบบเป็นเฟส (Phase) เพื่อบริหารความเสี่ยงและรักษาความยืดหยุ่นด้านการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ PROUD ยังคงมีความได้เปรียบจากพอร์ตโครงการคุณภาพ โดยไม่มีโครงการที่ก่อสร้างชะลอ ทำให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน พร้อมทยอยรับรู้รายได้และเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดและสภาพคล่อง บริษัทยังบริหารต้นทุนเชิงรุกเพื่อรับมือความผันผวนของราคาพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมเดินหน้าพัฒนา “Living Ecosystem” ผ่านแพลตฟอร์ม PROMPT เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |