ธปท. ออกประกาศคุมเงินเข้าเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องแจงแหล่งที่มา-วัตถุประสงค์ พร้อมเล็งคุม Flow ขายทองผ่านแอปฯ หลังกดดันค่าเงินบาทหนัก นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมออกประกาศ หนังสือเวียน เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้าเพื่อขอตรวจเอกสารนำเงินเข้าประเทศทั้งหมดที่เกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะมีการระบุขอบเขตชัดเจนว่า บุคคลใดบ้างที่จะต้องรายงาน เช่น บุคคลธรรมดาที่นำเงินเข้ามาจากที่ไม่เคยตรวจเลย จะตรวจแหล่งที่มาของรายได้ และวัตถุประสงค์การนำเงินเข้ามา โดยให้มีผลหลังจากออกประกาศในวันนี้ (26 ธ.ค. 2568) 
“ประกาศนี้จะระบุชัดเจนว่า บุคคลไหน ประเภทไหน ต้องรายงานบ้าง เช่น บุคคลธรรมดา Resident Corporate ที่ต้องรายงาน โดยกำหนดเงินที่เกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะต้องรายงาน ดังนั้นเข้ามาเล็กๆน้อยๆ ไม่กระทบอย่างแน่นอน หรือ มีธุรกรรมค้าขายไม่กระทบเลย โดยมีกระบวนการควบคุม ซึ่งจะออกประกาศวันนี้ โดยเราอยู่ในจุดที่ควบคุมตรวจสอบขาออกตลอด ตอนนี้ต้องมาดูขาเข้าบ้างที่ทำให้บาทแข็งค่า ตอนนี้มันคนละความกังวล”นายวิทัย กล่าว สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบัน โดยมีแรงกดดันจาก 3 เรื่อง ดังนี้ 1.fundamental หรือ ปัจจัยพื้นฐาน เช่น ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่า 10% การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่าที่ประเมินไว้ ที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า 2.Flow เงินเข้า ซึ่งบางส่วนสัมพันธ์กับปัจจัยพื้นฐาน แต่ Flow เงินที่สำคัญ คือ การนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เช่น Non-resident (NR) การซื้อหุ้น ซื้อตราสารหนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ธปท.ไม่เห็นสัญญาณเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินเหมือนสมัยก่อน ที่เข้ามาในตราสารหนี้ระยะสั้น แต่มีการเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว โดยในภาพรวม ไม่สามารถปิดกั้นไม่ให้เข้ามาได้ เพราะจะมีผลต่อตลาดทุนโดยรวมทันที โดยสิ่งที่ธปท.ดำเนินการออกประกาศวันนี้ คือ Flow ที่นำเงินเข้าประเทศไทยทั้งหมด ขอตรวจเอกสารนำเข้า เช่น บุคคลธรรมดาที่เอาเงินเข้ามาจากที่ไม่เคยตรวจเลย จะตรวจแหล่งที่มาของรายได้คืออะไร และต้องแจ้งว่าเอาเงินเข้ามาเพื่ออะไร “อันนี้จะสอดคล้องกับที่ควรจะเป็น ไม่งั้นเงินที่เอาเข้ามา ไม่ตรวจเลยเสรี แต่ขาออกตรวจ ซึ่งตรวจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 แต่วันนี้บริบทมันเปลี่ยน ที่จะต้องมาดูขาเข้าบ้างเพื่อให้เห็นชัดเจนว่าเงินเข้ามาเพื่ออะไร”นายวิทัย กล่าว ขณะที่ Flow อีกอัน คือ Flow ขายทอง บน application ที่เป็นเงินบาท ธุรกิจทองคำปัจจุบันไม่มีการควบคุมธุรกิจค้าทองคำ ซึ่งได้ขอให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแล และธปท.จะดำเนินการควบคุมธุรกรรมที่ส่งผลกระทบลากถึงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขออำนาจจากกระทรวงการคลัง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปีหน้า “ธปท.ร้อนใจที่จะทำ และเร่งรีบที่จะเข้าทำ แต่อธิบายให้ชัดว่ามันใหญ่จริงๆ การเทรดทอง เก็งกำไรทอง ไม่ได้มีผลอะไรต่อเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเติบโต ถ้าอยู่แล้วไม่มีผลอะไรก็คิดว่าก็ปล่อยไป แต่วันนี้เห็นข้อมูลชัดว่ากดดันค่าเงินบาทมาก ก็คงต้องเข้าไปดู เพราะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจชัดเจน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติฐาน แต่ตัวเลขมันเห็น สะท้อนวันที่บาทแข็งมาก" ทั้งนี้ร้านทอง ที่ได้จากการซื้อขายทองคำบน Application 40-60% ของในช่วงที่บาทแข็งค่า ถ้าไม่เข้ามาควบคุมคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบการซื้อขายทองคำปกติของร้านทอง ไม่เกี่ยวกับการซื้อปลีก แต่พูดถึงการซื้อขายจำนวนมาก หลัก 100 ล้านบาท ที่ต้องเข้าไปดูแล 3.ธปท.ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงค่าเงินได้มากนัก ซึ่งทำได้แค่เพียงลดความผันผวนค่าเงินเท่านั้น แม้ว่าในครึ่งปีหลัง ธปท.จะเข้าไปแทรกแซงมากก็ตาม เพราะติดหลักเกณฑ์ที่ตกลงกับสหรัฐฯ เรื่องการควบคุมค่าเงิน 
|