กลุ่มโอเปกพลัส มีมติคงกำลังการผลิตน้ำมัน ในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพตลาด และหลีกเลี่ยงการหารือถึงวิกฤตการเมือง ที่กำลังกระทบกับประเทศสมาชิก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด โอเปกพลัส ซึ่งผลิตน้ำมันคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของอุปทานโลก เผชิญแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความตึงเครียด โดยความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา จากสงครามในเยเมนที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ หลังกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากยูเออี เข้ายึดพื้นที่จากรัฐบาลที่ซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง โดยวิกฤตดังกล่าวนำไปสู่ความร้าวฉานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษระหว่าง 2 ประเทศ
ขณะเดียวกัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯจะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะสามารถถ่ายโอนอำนาจไปยังรัฐบาลชุดใหม่ได้ แม้จะยังไม่ได้ชี้แจงแนวทางดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านจอร์จ เลออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy และอดีตเจ้าหน้าที่โอเปก กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดน้ำมัน ได้รับแรงขับเคลื่อนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่าปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทาน พร้อมระบุว่าโอเปกพลัส ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของตลาดมากกว่าการดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยประเทศสมาชิกโอเปกพลัสทั้ง 8 ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาซัคสถาน คูเวต อิรัก แอลจีเรีย และโอมาน ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันรวมราว 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 หรือคิดเป็นเกือบ 3% ของอุปสงค์น้ำมันโลก เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาด อย่างไรก็ดี ในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ทั้ง 8 ประเทศตกลงชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงเดือนม.ค. ก.พ. และมี.ค. เนื่องจากอุปสงค์ที่ค่อนข้างต่ำ
แหล่งข่าวจากโอเปกพลัสระบุว่า การประชุมออนไลน์สั้น ๆ เมื่อวันอาทิตย์เป็นการยืนยันนโยบายดังกล่าว และไม่มีการหารือประเด็นเวเนซุเอลา โดยโอเปกพลัสจะจัดการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 1 ก.พ. โดยในอดีตที่ผ่านมา โอเปกเคยสามารถฝ่าฟันความขัดแย้งภายในมาได้หลายครั้ง เช่น ช่วงสงครามอิหร่าน–อิรัก ด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตลาด มากกว่าข้อพิพาททางการเมือง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน กลุ่มกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่ลดลง จากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสงครามในยูเครน รวมถึงสถานการณ์ในอิหร่าน ที่เผชิญการประท้วงภายในประเทศและแรงกดดันจากสหรัฐ
ทั้งนี้ เวเนซุเอลาซึ่งมีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้นำโอเปก กลับประสบปัญหาการผลิตน้ำมันลดลงอย่างรุนแรงจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดและการคว่ำบาตรต่อเนื่องมาหลายปี โดยนักวิเคราะห์มองว่า แม้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ จะเข้าลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ให้คำมั่นไว้ แต่ก็ยังไม่น่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตน้ำมันดิบ อย่างมีนัยสำคัญในอีกหลายปีข้างหน้า
ที่มา Reuters

|