การเมืองนำการค้า-กติกาโลกถูกท้าทาย เจาะลึก 10 บทสรุปจากเวที WEF 2026

efinAI
การประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum – WEF) ประจำปี 2026 ซึ่งปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้นำประเทศ ซีอีโอและผู้บริหารภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำภาคประชาสังคมเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นต่อระเบียบและการค้าโลกเพียงหนึ่งปีหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สอง สำหรับปีนี้ WEF ได้สรุป 10 ประเด็นที่ถูกพูดถึงบนเวที ดังนี้
1. สถานการณ์ความตึงเครียดเปลี่ยนเร็ว – “ทรัมป์” พับแผนเก็บภาษียุโรปกรณีกรีนแลนด์
ระหว่างที่มุ่งหน้าสู่ดาวอส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ขึ้นภาษี 8 ชาติยุโรป ที่คัดค้านแผนการยึดครองกรีนแลนด์ ก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะล้มเลิกมาตรการเก็บภาษีดังกล่าว หลังจากเข้าพบมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมประชุมในปีนี้คาดว่า สหรัฐฯ จะมีการใช้มาตรการการค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ
2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกติกาการค้า
ภูมิทัศน์การค้าโลกซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากครึ่งแรกอย่างชัดเจน ผู้ขึ้นกล่าวบนเวทีส่งสัญญาณว่า การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจะลงลึกถึงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่รอบวัฏจักร
แนวโน้มดังกล่าวถูกย้ำชัดผ่านคำพูดของมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่กล่าวว่า เราอยู่ในจุดแตกร้าว ไม่ใช่จุดเปลี่ยนผ่าน เราต้องยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และมุ่งมั่นในการตอบสนองตามสถานการณ์ รอยร้าวนี้ต้องการมากกว่าการปรับตัว แต่ยังต้องการความซื่อสัตย์ในการมองโลกตามความจริง
กระนั้น ผู้ร่วมพูดบนเวทียังกล่าวว่า การค้าจะยังดำเนินต่อไป แม้กลไกต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปก็ตาม โดยการค้าโลกเมื่อปีที่แล้วได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า “เราค้าขายกันมาตลอดและจะค้าขายกันต่อไป การค้าก็เหมือนสายน้ำ เหมือนแม่น้ำ ถึงจะเจออุปสรรคขวาง แต่มันก็ไหลผ่านไปได้”
3. ความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งเร่งดีลการค้าให้เร็วขึ้น
ข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (Mercosur) ล่าสุดที่เพิ่งลงนามไปนั้น ชี้ชัดว่า เขตเศรษฐกิจต่าง ๆ กำลังแสวงหาความร่วมมือใหม่ โดยบนเวทีดาวอส อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ส่งสัญญาณถึงข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างยุโรปกับอินเดียที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
ขณะที่การทำข้อตกลงยังเดินหน้าต่อไป บริษัทและภาคธุรกิจจะต้องกำหนดทิศทางไปสู่โอกาสใหม่ ๆ และสร้างศักยภาพในการกำหนดเงื่อนไขใหม่ ๆ ทางการค้า
รายงานของ World Economic Forum เรื่อง Building Geopolitical Muscle: How Companies Turn Insights into Strategic Advantage ระบุว่า มีบริษัทเพียง 20% ที่เข้าร่วมการสัมภาษณ์ระบุว่า ได้จัดให้มีหน่วยงานด้านภูมิรัฐศาสตร์ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร
4. นโยบายอุตสาหกรรมยังเป็นวาระสำคัญและมีบทบาทเพิ่มขึ้น
การแทรกแซงทางเศรษฐกิจครั้งใหม่โดยภาครัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 262% โดยมีแรงผลักดันจากประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน เทคโนโลยี และความยั่งยืน
ผู้นำที่เข้าร่วมประชุมที่ดาวอสระบุว่า แม้นโยบายอุตสาหกรรมจะมีความจำเป็นมากขึ้น แต่ผลกระทบเชิงลบที่ลุกลามออกไปและความบิดเบี้ยวทางเศรษฐกิจยังไม่ได้รับการควบคุมอย่างเพียงพอ จึงจำเป็นต้องเปิดให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอันไม่พึงประสงค์

5. เน้นย้ำการกระจายความเสี่ยง
ในยุคที่ท่าทีของพันธมิตรต่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดคือ การกระจายความสัมพันธ์กับประเทศอื่น เนื่องจากการพึ่งพาพันธมิตรรายใดรายหนึ่งมากเกินไปจะสร้างความเปราะบาง
ในการประชุมแบบปิดว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดาวอส ดร.เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) เตือนว่า ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องบริหารความสามารถในการพึ่งพาตนให้ดีขึ้น และต้องสร้างความหลากหลายทางการค้า
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย ยืนยันว่า การบูรณาการทางการค้า หากดำเนินการอย่างเป็นธรรม ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ จะกลายเป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง
6. แร่ธาตุสำคัญคือ “น้ำมันยุคใหม่” ?
แร่ธาตุสำคัญกำลังนำไปสู่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือรูปแบบใหม่ ๆ ในด้านนี้ก็เริ่มเกิดขึ้นเช่นกัน
บอยตูเมโล โมซาโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งแอฟริกาตอนใต้ ระบุว่า ความร่วมมือระดับโลกมีส่วนสนับสนุนการพัฒนา “ระเบียงโลบิโต” (Lobito Corridor) ซึ่งครอบคลุมประเทศแองโกลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และแซมเบีย และเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญสำหรับการขนส่งทองแดงและโคบอลต์ นอกจากนี้ WEF ยังเปิดพื้นที่ในการหารือเรื่องแร่ธาตุสำคัญ ผ่านการร่วมมือกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
7. ความตึงเครียดทางการค้ายังไม่กระทบภาคบริการมากนัก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้ายังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าภาคบริการ ซึ่งได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว และบริการออนไลน์ทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้เดินหน้าความร่วมมือต่อไป เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าในภาคบริการ ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
8. ความย้อนแย้งระหว่างการค้าและเทคโนโลยี
แม้นโยบายการค้าที่ขับเคลื่อนด้วยการเมืองจะยังคงมีความซับซ้อน แต่เครื่องมือด้านดิจิทัลสามารถช่วยให้การค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลง โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI), การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน (Digitalization) และระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สามารถสร้างความสมดุลที่ทรงพลัง โดยเฉพาะสำหรับเอสเอ็มอีและประเทศเศรษฐกิจขนาดกลาง และสามารถเปิดโอกาสให้เข้าถึงการค้าได้อย่างทั่วถึง หากมีการนำมาใช้อย่างเหมาะสม

9. กลไกอำนวยความสะดวกทางการค้าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
ผู้เข้าร่วมประชุมยอมรับว่า การอำนวยความสะดวกทางการค้าเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่น ท่ามกลางการแยกตัวของระบบเศรษฐกิจและแรงกระแทกต่อห่วงโซ่อุปทาน
แม้ Global Alliance for Trade Facilitation จะเพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีไปไม่นาน แต่ภารกิจในปัจจุบันยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมื่อสิบปีก่อน
10. ความมั่นคงถูกเพิ่มเข้าสู่วาระสำคัญด้านการค้า
การวางแผนด้านความมั่นคงปรากฏอยู่ในการหารือหลายเวที ผู้นำด้านห่วงโซ่อุปทานตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงและการสร้างฉากทัศน์ต่าง ๆ เพื่อให้ระบบมีความพร้อม
การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาษีอาจสร้างความปั่นป่วน แต่ก็มีความชัดเจน ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมากต่อการนำแนวคิดความมั่นคงของชาติมาใช้กับระบบเศรษฐกิจ และกำลังเรียกร้องให้มีความชัดเจนมากขึ้นในด้านคำนิยามและขอบเขตของแนวคิดดังกล่าว
ที่มา: World Economic Forum











