LPN พลิกเกมธุรกิจ สู่ยุค ‘Asset-Light’ ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ

efinAI
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนไป แนวคิดการขายเพื่อเป็นเจ้าของ สู่การลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสด ของ LPN ภายใต้การนำของแม่ทัพรุ่นใหม่ “ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์” ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่
พลิกวิกฤตพฤติกรรมผู้บริโภค “เช่ามากกว่าซื้อ” ให้กลายเป็นโอกาสทอง ชูจุดเด่นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) พร้อมรักษาความแกร่งทางการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
ถอดรหัสแม่ทัพใหม่ จากรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง สู่ความคล่องตัว

การรับไม้ต่อเข้าบริหารธุรกิจที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางความท้าทายของ “คุณดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ หรือ คุณดาว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LPN ถือเป็นการปรับบทบาทครั้งใหญ่ จากพื้นฐานธุรกิจครอบครัวด้านรีไซเคิลโลหะ สู่โลกอสังหาริมทรัพย์ที่มีความซับซ้อนกว่า โดยเธอมุ่งเน้นการวางระบบบริหารจัดการที่แม่นยำเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
จุดแข็งที่ทำให้ LPN ได้เปรียบคือ “Brand Trust” ที่สั่งสมมานานกว่า 36 ปี บวกกับทีมผู้บริหารเดิมที่แข็งแกร่ง ทำให้การเปลี่ยนผ่านผู้นำเป็นไปอย่างราบรื่น โดยบริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เน้น “คุณภาพการอยู่อาศัย” ผ่านบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทั้งการบริหารอาคาร รักษาความปลอดภัย และงานวิศวกรรม เพื่อสร้าง Loyalty ในระยะยาว
และด้วยประสบการณ์ธุรกิจส่งออกระดับโลก คุณดารณีนำมุมมองเรื่องการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ (Efficiency) และความเฉียบคมในการมองตลาดมาปรับใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเคลื่อนไหวของ LPN มีนัยสำคัญต่อกำไรและเสถียรภาพของบริษัท

ปั้นโมเดล Recurring Income พลิกวิกฤต ‘เช่ามากกว่าซื้อ’ ให้เป็นโอกาสทอง
ท่ามกลางเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป LPN แผนรุกธุรกิจในรูปแบบห้องเช่าเพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้ถูกนำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ทั้งเพื่อระบายสต๊อก และสร้างกระแสเงินสด โดยเปลี่ยนยูนิตคงเหลือให้เป็นสินทรัพย์คุณภาพที่มีอัตราการเช่าเต็มเกือบ 100%
Yield 6–8% (เฉพาะโครงการ LPN) ผลตอบแทนที่ชนะขาดดอกเบี้ยเงินฝาก 1% อย่างชัดเจน
Ready-to-Invest นักลงทุนไม่ต้องลุ้นหาผู้เช่าเอง เพราะ LPN ส่งมอบห้องพร้อมผู้เช่าและระบบบริหารหลังการขายครบวงจร ทำให้ ปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่าขายได้กว่า 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายพอร์ตเช่าเพิ่มเป็น 3,000 ยูนิตในอนาคต
จากความสำเร็จนี้ LPN ได้ต่อยอดสู่โมเดล “ขายห้องพร้อมผู้เช่า” เพื่อจูงใจนักลงทุนทั่วไปและชาวต่างชาติ
ความแข็งแกร่งทางการเงิน หัวใจหลักของธุรกิจ

ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก LPN ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “กระแสเงินสด” และการรักษาวินัยทางการเงิน โดยตั้งเป้าคุม D/E Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.8 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและปลอดภัย
นโยบายการลงทุนอย่างรอบคอบ การเลือกซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการ ต้องมีความมั่นใจว่าเป็นทำเลที่เหมาะสม มีศักยภาพและดีมานด์จริงเท่านั้น
การแผนธุรกิจปี 2569 สู่เป้าหมายสร้างรายได้ 7.6 พันล้าน
LPN ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% แตะระดับ 7,600 ล้านบาท ในปี 2569 โดยเน้นความระมัดระวังในทุกการลงทุน (Conservative Growth) พร้อมการเปิดโครงการใหม่ 3 แห่ง มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท
- บ้านเดี่ยวทำเลราชพฤกษ์ เจาะกลุ่ม High-End และครอบครัวโรงเรียนนานาชาติ
- วิลล่า 168 นิว กรุงเทพกรีฑา ต่อยอดความสำเร็จจากเฟสแรกที่ Sold Out สู่เฟส 2 มูลค่า 1,200 ล้านบาท
ปัจจุบัน มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) เกือบ 2,000 ล้านบาท เป็นหลักประกันความมั่นคงในระยะสั้นและกลาง
การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผสานช่องว่าง หนุนการเติบโตที่ยั่งยืน

“คุณดาว” มองการบริหารองค์กรในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ จำเป็นต้องปรับองค์กรแบบ Hybrid ผสานประสบการณ์ของพนักงานรุ่นเก่าเข้ากับไอเดียของคนรุ่นใหม่ เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมยึดหลัก Work-Life Balance ให้เวลากับครอบครัวเพื่อเติมพลังการทำงาน
ด้วยปรัชญาความขยันและการทำงานอย่างเป็นระบบ LPN พร้อมแล้วที่จะพาแบรนด์กลับสู่การเป็น “Top of Mind” ในใจผู้บริโภคและนักลงทุน ผ่านสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และไลฟ์สไตล์ เพื่อการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
บทสรุป กับบทบาทใหม่ที่มั่นคงของ LPN

การปรับยุทธศาสตร์ของ LPN ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจผันผวน แต่คือการ “Reinvent” หรือการสร้างตัวตนใหม่ที่แกร่งกว่าเดิม การเปลี่ยนจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมสู่การเป็นผู้สร้าง “สินทรัพย์ที่สร้างรายได้” ภายใต้กลยุทธ์ของผู้นำรุ่นใหม่
ด้วยวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด การรักษาฐานลูกค้า ด้วยการยกระดับความพึงพอใจ และโมเดลการลงทุนที่ตอบโจทย์ Yield สูง วันนี้ LPN กำลังปรับบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่พร้อมจะเติบโตไปอย่างมั่นคง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์
ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย

