
ถอดบทเรียน 3 session จาก Bitcoin Addict MeetUp 2026 สะท้อนว่า ตลาดรอบนี้ไม่ได้วัดกันแค่กำไร แต่ต้องเข้าใจว่าเม็ดเงินไหลไปหา AI มากขึ้น และบทบาทของ Bitcoin–ทองคำในฐานะ Store of Value และกลยุทธ์เอาตัวรอดก่อนตลาดกระทิงกลับมา
งาน Bitcoin Addict MeetUp 2026 ครั้งที่ 9 ภายใต้ธีม “The Market Endgame” รวมมุมมองนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญหลายสินทรัพย์ ทั้ง Bitcoin, คริปโท, หุ้น, ทองคำ, อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อถอดบทเรียนการอยู่รอดและหาโอกาสท่ามกลางตลาดโลกที่ยังผันผวนสูง
ผู้ร่วมเสวนาใน Session นี้ได้แก่ นิรันดร์ ประวิทย์ธนา Founder Sanga Global, สถาพน พัฒนะคูหา CEO Guardian Al, อรัญ ศรีอรัญ Investment Researcher GULF Labs และ ปารเมษฐ์ มูลแก้ว CIO จาก AMS Fund เป็นผู้ดำเนินรายการ
เวทีนี้สะท้อนว่า เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและ Venture Capital ไหลเข้าสู่ธุรกิจ AI มากขึ้นในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เพราะ AI พิสูจน์การใช้งานจริงได้เร็วกว่า ทั้งในองค์กร ธุรกิจ และชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 3 คนมองตรงกันว่า ปัญหาของคริปโทไม่ได้เกิดจาก AI เข้ามาแทนที่โดยตรง แต่เกิดจากอุตสาหกรรมคริปโทยังสร้าง Adoption ระดับ Mass ได้ไม่เต็มที่ ทั้งเรื่องกฎกำกับ ประสบการณ์ผู้ใช้ และความเชื่อมั่น
อีกมุมหนึ่งคือ AI และคริปโทอาจไม่จำเป็นต้องแข่งกันเสมอไป เพราะระยะยาวทั้งสองอุตสาหกรรมอาจเติบโตคู่กัน โดยเฉพาะฝั่ง Infrastructure เช่น Data Center, GPU, Cloud และพลังงาน
ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า AI อาจเริ่มมีฟองสบู่บางส่วน หลังหุ้นเทคโนโลยีหลายตัวปรับขึ้นเร็วเกินพื้นฐาน แต่ภาพใหญ่ยังถูกมองว่า AI เป็นเทคโนโลยีจริงที่มีศักยภาพเปลี่ยนโลก
ในฝั่ง Bitcoin ผู้ร่วมเสวนายังมองว่าสินทรัพย์นี้เชื่อมโยงกับปริมาณเงินและสภาพคล่องโลกมากขึ้น โดยเฉพาะหลัง Bitcoin ETF เปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึงง่ายขึ้น และทำให้ Bitcoin ถูกมองใกล้เคียง “Digital Gold” มากขึ้น
เวทีนี้ มีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ จิระเดช คูหากาญจน์ CEO TOP TRADER CO., LTD., อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน เจ้าของเพจ ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง, ทิวา ชินธาดาพงศ์ Investor, พิริยะ สัมพันธารักษ์ Co-Founder Right Shift และผู้ดำเนินรายการ ธัญญลักษณ์ โควินทเศรษฐ Content Creator PLOY TALK – พลอยขอเล่า
ประเด็นหลักของเวทีนี้คือแนวคิด Store of Value หรือสินทรัพย์ที่ช่วยรักษาอำนาจซื้อของเงินในระยะยาว ท่ามกลางภาวะที่รัฐบาลทั่วโลกยังใช้นโยบายอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ทองคำยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ผ่านบททดสอบมายาวนาน ขณะที่ Bitcoin แม้ผันผวนสูง แต่เริ่มถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับรับมือเงินเฟ้อและค่าเงินเสื่อม
ผู้ร่วมเสวนาย้ำว่า การเลือกสินทรัพย์ไม่ควรดูแค่ผลตอบแทน แต่ต้องดูความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ด้วย เพราะสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง อาจปรับฐานแรงจนหลายคนถือไม่ไหว และอดทนให้ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ AI อาจเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคต หาก AI เข้ามาแทนงานจำนวนมาก รัฐบาลอาจต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ซึ่งอาจกระทบค่าเงิน และทำให้สินทรัพย์รักษามูลค่าถูกจับตามากขึ้น
ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ ปรมินทร์ อินโสม Co-Founder FIRO and SATANG PRO, อัครเดช เดี่ยวพานิช Founder Coinman, ธนะวินทร์ เกริกอริยฐากรณ์ CEO and Founder Longlongthun, ปกเขตร รัชกิจประการ CEO Maxbit Digital Asset Co, Ltd. และ ธนัชภรณ์ นิชิยาม่า เจ้าของเพจ Naomi-นาโอมิ ร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการ
แกนสำคัญของเวทีนี้คือ “อยู่รอดให้ได้ก่อน” มากกว่าการเร่งทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนควรแยกเงินใช้ชีวิตออกจากเงินลงทุนให้ชัด และไม่ควร All-in กับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
โดยเน้นย้ำให้แบ่งพอร์ตตามระดับความเสี่ยง ทั้ง Low Risk และ High Risk พร้อมทยอยสะสมสินทรัพย์ในช่วงตลาดอ่อนตัว และค่อย ๆ Take Profit เมื่อตลาดกลับมาเป็นขาขึ้น
เงินสดยังถูกมองเป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะช่วยให้นักลงทุนมีทางเลือกในการรอโอกาสใหม่ ไม่ต้องถูกบังคับขายสินทรัพย์ในช่วงตลาดแย่
สำหรับคริปโท ผู้ร่วมเสวนามองว่าไม่ควรมองตลาดเป็นภาพเดียวทั้งหมด เพราะแต่ละสินทรัพย์มีปัจจัยขับเคลื่อนต่างกัน Bitcoin ยังถูกมองว่าเดินตาม 4-Year Cycle ขณะที่เหรียญบางกลุ่มอาจไม่ได้เคลื่อนไหวตาม Bitcoin โดยตรง
อีกประเด็นที่ถูกย้ำคือ นักลงทุนต้องรู้จักตัวเองก่อน ทั้งรายได้ รายจ่าย เป้าหมายชีวิต และระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเอง

Digital Asset Reporter, efinanceThai