เปิดชื่อ 26 บจ. เดินหน้าซื้อหุ้นคืนปี 69 วงเงินรวม 1.8 หมื่นลบ.

efinAI
ผลสำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียนล่าสุด พบ 26 บจ. อยู่ระหว่างทำโครงการซื้อหุ้นคืน ตั้งงบรวมกัน 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกระดาน SET โดยล่าสุดทั้งหมดใช้เงินเก็บหุ้นไปแล้ว 518 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นนับตั้งแต่มีข่าวประกาศโครงการ Treasury Stock จนถึงล่าสุด ส่วนมากปรับตัวขึ้น คิดเป็นค่าเฉลี่ย 3.62% สูงสุด 29.01%
พบ 26 บจ. กำลังอยู่ในช่วงซื้อหุ้นคืน
ล่าสุด บมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) โดยจะซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 122.82 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 2,400 ล้านบาท โดยช่วงระยะเวลาโครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่ 28 พ.ค. – 27 พ.ย.2569
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จึงสำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผ่านโปรแกรม SETSMART ที่ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ต้นปี (YTD) และยังอยู่ในช่วงโครงการซื้อหุ้นคืน พบว่า นอกจาก TIDLOR มี 26 บริษัท อยู่ในช่วงโครงการซื้อหุ้นคืนโดยใช้งบรวมกันแล้ว 518 ล้านบาท จากวงเงินรวมที่ตั้งไว้ 18,835 ล้านบาท ดังนี้
| 26 บจ. อยู่ระหว่างซื้อหุ้นคืน | ||||
| ชื่อย่อหุ้น | งบซื้อคืน (ลบ.) | จำนวน (ลห.) [ซื้อแล้ว (ลห.)] | ซื้อคืนแล้ว (ลบ.) [ช่วงราคา (บ./หุ้น)] | ระยะเวลาซื้อ |
| TTB | 9,245 | 4,091 [-] | – [-] | 25 พ.ค. – 9 มิ.ย.69 |
| HMPRO | 2,959 | 394.50 [40] | 244.79 [5.90 – 6.25] | 1 มี.ค. – 31 ส.ค.69 |
| CBG | 2,000 | 50 [-] | – [-] | 25 พ.ค. – 24 พ.ย.69 |
| QH | 1,200 | 750 [37.19] | 51.51 [1.31 – 1.42] | 16 มี.ค. – 15 ก.ย.69 |
| SKR | 1,000 | 144.31 [5.26] | 37.65 [6.95 – 7.65] | 23 มี.ค. – 22 ก.ย.69 |
| STGT | 683 | 62.10 [-] | – [-] | 12 พ.ค. – 7 พ.ย.69 |
| TQM | 300 | 20 [7.85] | 107.64 [12.70 – 14.60] | 10 มี.ค. – 31 ส.ค.69 |
| AEONTS | 300 | 2.50 [0.25] | 23.19 [92 – 94.25] | 20 เม.ย. – 19 ต.ค.69 |
| SYNTEC | 150 | 88 [-] | – [-] | 25 มี.ค. – 24 ก.ย.69 |
| TRU | 147 | 32.66 [0.71] | 2.79 [3.80 – 3.94] | 10 มี.ค. – 9 ก.ย.69 |
| INSET | 116 | 40 [2.60] | 7.07 [2.66 – 2.96] | 16 มี.ค. – 15 ก.ย.69 |
| KIAT | 100 | 200 [1] | 0.32 [0.32] | 18 พ.ค. – 17 พ.ย.69 |
| A5 | 100 | 50 [-] | – [-] | 8 พ.ค. – 6 พ.ย.69 |
| RPH | 100 | 20.45 [0.0085] | 0.041 [4.94] | 15 ม.ค. – 13 ก.ค.69 |
| COLOR | 70 | 50 [-] | – [-] | 2 มี.ค. – 31 ส.ค.69 |
| AMARC | 70 | 25 [5.02] | 16.35 [3.10 – 3.48] | 20 ก.พ. – 19 ส.ค.69 |
| SCL | 60 | 25 [-] | – [-] | 20 พ.ค. – 15 พ.ย.69 |
| SO | 48 | 10 [2.14] | 9.69 [4.20 – 4.64] | 18 มี.ค. – 17 ก.ย.69 |
| SFLEX | 45 | 16 [0.50] | 1.42 [2.80 – 2.88] | 18 พ.ค. – 17 พ.ย.69 |
| HL | 42 | 6 [0.19] | 1.15 [5.90 – 6.20] | 15 พ.ค. – 13 พ.ย.69 |
| PIMO | 30 | 27 [3.66] | 3.67 [0.99 – 1.02] | 2 มี.ค. – 1 ก.ย.69 |
| EURO | 25 | 5 [1.05] | 4.16 [4.10 – 4.68] | 16 มี.ค. – 14 ส.ค.69 |
| NUT | 20 | 5 [-] | – [-] | 1 มิ.ย. – 30 พ.ย.69 |
| BJCHI | 10 | 17 [1.76] | 1.26 [0.63 – 0.82] | 2 มี.ค. – 1 ก.ย.69 |
| LTMH | 10 | 2.50 [1.43] | 6.27 [4.08 – 4.70] | 23 ก.พ. – 22 ส.ค.69 |
| TMI | 5 | 11 [-] | – [-] | 1 เม.ย. – 30 ก.ย.69 |
| ที่มา : SETSMART ณ 19 พ.ค.69 | ||||
26 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 17 บริษัท ขณะที่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ติดโผจำนวน 9 บริษัท กลุ่มธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม ติดโผมากสุด จำนวน 4 บริษัท รองลงมา คือกลุ่มธุรกิจบริการ จำนวน 3 บริษัท
“TTB” เทงบซื้อคืนสูงสุด 9.2 พันลบ.
ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) เป็นบริษัทที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนมากสุด 9,245 ล้านบาท ตั้งเป้าซื้อคืนไม่เกิน 4,091 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 25 พ.ค. – 9 มิ.ย.2569 ซึ่งขณะนี้ ยังไม่เข้าสู่ช่วงโครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB ตามที่ประกาศออกมา
รองลงมา คือ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 2,959 ล้านบาท ตั้งเป้าซื้อคืนไม่เกิน 394.50 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 31 ส.ค.2569 โดยล่าสุด HMPRO ซื้อหุ้นคืนแล้ว 40 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 5.90 – 6.25 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 244.79 ล้านบาท
อีก 4 บจ. ตั้งงบซื้อหุ้นคืนเกิน 500 ลบ.
ยังมีอีก 4 บริษัท ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนมากกว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 2,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 25 พ.ค. – 24 พ.ย.2569 ซึ่งขณะนี้ ยังไม่เข้าสู่ช่วงโครงการซื้อหุ้นคืนของ CBG ตามที่ประกาศออกมา
ด้าน บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,200 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 750 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 16 มี.ค. – 15 ก.ย.2569 โดยล่าสุด QH ซื้อหุ้นคืนแล้ว 37.19 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 1.31 – 1.42 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 51.51 ล้านบาท
ขณะที่ บมจ.ศิครินทร์ (SKR) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 144.31 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 23 มี.ค. – 22 ก.ย.2569 โดยล่าสุด SKR ซื้อหุ้นคืนแล้ว 5.26 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 6.95 – 7.65 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 37.65 ล้านบาท
ฟาก บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 683 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 62.10 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 12 พ.ค. – 7 พ.ย.2569 แต่ล่าสุด STGT ยังไม่มีการซื้อหุ้นคืนแต่อย่างใด แม้จะเข้าสู่ระยะเวลาโครงการมาแล้วก็ตาม
ส่องราคาหุ้น พบปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 3%
ขณะเดียวกัน เมื่อสำรวจราคาหุ้นของทั้ง 26 บริษัทดังกล่าว นับตั้งแต่ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน – 19 พ.ค.2569 พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเฉลี่ยถึง 3.62% โดยมีถึง 15 บริษัทที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวทาง”บวก” ขณะที่ 10 บริษัท ราคาหุ้นเคลื่อนไหวทาง”ลบ” และมี 1 บริษัท ที่ราคาหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง ดังนี้
| 26 บจ. อยู่ระหว่างซื้อหุ้นคืน ผลตอบแทนราคาบวกเฉลี่ย 3.62% | |||
| ชื่อย่อหุ้น | ราคาปิดก่อนประกาศข่าว (บ./หุ้น) | ราคาปิดล่าสุด (บ./หุ้น)* | %chg. |
| AMARC | 2.62 | 3.38 | 29.01 |
| BJCHI | 0.62 | 0.73 | 17.74 |
| INSET | 2.54 | 2.96 | 16.54 |
| SO | 4.16 | 4.66 | 12.02 |
| SKR | 6.75 | 7.5 | 11.11 |
| KIAT | 0.3 | 0.33 | 10.00 |
| SCL | 1.24 | 1.36 | 9.68 |
| EURO | 4.38 | 4.68 | 6.85 |
| STGT | 10.7 | 11.2 | 4.67 |
| AEONTS | 90.25 | 93 | 3.05 |
| TTB | 2.26 | 2.32 | 2.65 |
| HL | 5.85 | 5.95 | 1.71 |
| TQM | 13.3 | 13.5 | 1.50 |
| SFLEX | 2.84 | 2.88 | 1.41 |
| A5 | 1.82 | 1.83 | 0.55 |
| NUT | 4.2 | 4.2 | ไม่เปลี่ยนแปลง |
| RPH | 4.94 | 4.9 | -0.81 |
| COLOR | 1.01 | 1 | -0.99 |
| CBG | 41.25 | 40.75 | -1.21 |
| TRU | 3.9 | 3.84 | -1.54 |
| PIMO | 1.07 | 1.05 | -1.87 |
| QH | 1.42 | 1.38 | -2.82 |
| LTMH | 4.4 | 4.26 | -3.18 |
| SYNTEC | 1.7 | 1.63 | -4.12 |
| TMI | 0.55 | 0.51 | -7.27 |
| HMPRO | 6.7 | 6 | -10.45 |
| *ราคาปิดล่าสุด 19 พ.ค.69 | |||
บมจ.ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (AMARC) เป็นบริษัทที่นับตั้งแต่ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน – ล่าสุด ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 29.01% โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา รองลงมา คือ บมจ.บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) ที่ประกาศโครงการช่วง 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 17.74%
นอกจากนี้ มีอีก 4 บริษัท ที่ราคาหุ้นนับตั้งแต่ประกาศโครงการ – ล่าสุด ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ประกอบด้วย บมจ.อินฟราเซท (INSET) ที่ประกาศเปิดโครงการ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 16.54%, บมจ.สยามราชธานี (SO) ประกาศเปิดโครงการ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 12.02%
ปิดท้ายด้วย บมจ.ศิครินทร์ (SKR) ที่ประกาศเปิดโครงการ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 11.11% และ บมจ.เกียรติธนา ขนส่ง (KIAT) ประกาศเปิดโครงการ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 10%
Related Topics
Reported by

Jirayu Khunnangprasert
Senior Reporter, efinanceThai











