พบ 40 หุ้นถูกใช้วางมาร์จิ้น 10-40% ส่วนใหญ่ราคาหุ้นยืนทาง”ลบ”

รูป พบ 40 หุ้นถูกใช้วางมาร์จิ้น 10-40% ส่วนใหญ่ราคาหุ้นยืนทาง”ลบ”

efinAI


เปิดข้อมูลล่าสุด พบ 40 บจ. ถูกใช้หุ้นวางมาร์จิ้นสัดส่วนสูง 10-40% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลาง กลุ่มอสังหาฯติดโผเพียบ ขณะที่่ผลตอบแทนราคาหุ้นปีนี้ส่วนใหญ่ยืนทาง”ลบ” ด้านนักวิเคราะห์แนะยังลงทุนได้ แต่ต้องพิจาณาปัจจัยพื้นฐาน ควบคู่ความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นใหญ่ !

รู้จักบัญชีมาร์จิ้น เครื่องมือลงทุนสำหรับขาใหญ่

ในแวดวงตลาดหุ้น มีเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อขายหุ้นให้นักลงทุนไม่น้อย หนึ่งในนั้น คือ บัญชีมาร์จิ้น หรือเครดิตบาลานซ์ ซึ่งเป็นบัญชีที่โบรกเกอร์เปิดขึ้นเพื่อให้สินเชื่อกับนักลงทุนในการลงทุนซื้อหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนจ่ายเงินซื้อเองส่วนหนึ่ง ที่เหลือโบรกเกอร์จะเป็นฝ่ายจ่าย เงินที่โบรกเกอร์จ่ายให้นั้น ถือว่าเป็นเงินส่วนที่นักลงทุนกู้จากโบรกเกอร์นั่นเอง


กลไกการทำงานของบัญชีประเภทนี้ คือ “มีเงินส่วนหนึ่ง กู้เพื่อลงทุนอีกส่วนหนึ่ง” โดยนักลงทุนต้องนำเงินสดหรือหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้ ก่อนซื้อหุ้นตามสัดส่วนที่โบรกเกอร์กำหนด เช่น กำหนดสัดส่วนที่ 50% ของวงเงินกู้ ดังนั้น ในการซื้อหุ้น 100 บาท นักลงทุนออกเงินตัวเอง 50 บาท ใช้เงินโบรกเกอร์อีก 50 บาท ซึ่งนักลงทุนจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ด้วย


การซื้อขายหุ้นด้วยบัญชีมาร์จิ้น สามารถซื้อขายได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่โบรกเกอร์กำหนดให้ซื้อขายผ่านบัญชีมาร์จิ้นได้เท่านั้น ดังนั้น บัญชีมาร์จิ้นจึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนสูง มีความสามารถในการลงทุน และมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี

แต่ถ้ามีข้อผิดพลาด เจ็บตัวหนักจากฟอร์ซเซลแน่ !

อย่างไรก็ตาม การใช้บัญชีมาร์จิ้นซื้อขายหุ้น มีข้อควรระวัง คือ วงเงินกู้ยืมอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามราคาหุ้นที่วางเป็นหลักประกันไว้ ถ้าราคาหุ้นที่วางเป็นหลักประกันไว้ลดลงมาก ๆ จนอัตรามาร์จิ้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โบรกเกอร์อาจบังคับให้ลูกค้าวางหลักประกันหรือเรียกเงินสดเพิ่ม หรืออาจบังคับขาย (Force Sell) หุ้นดังกล่าว เพื่อรักษาอัตรามาร์จิ้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด


“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่นักลงทุนถูกฟอร์ซเซล มักเริ่มต้นด้วยการถือหุ้นเป็นจำนวนมาก หรือพูดง่าย ๆ คือ มีเงินแช่อยู่ในหุ้นเยอะนั่นเอง หลังจากนั้นก็ทำ Corner หุ้น เอาหุ้นที่มีไปวางขอ margin ไล่หุ้นขึ้นไปอีก รวมทั้งอาจใช้ Block Trade เพิ่มพลังการไล่ซื้อด้วย


แต่เมื่อสตอรี่ของหุ้นเริ่มไม่ดี การทำกำไรเริ่มไม่เป็นไปตามเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้น ก็ไม่สามารถทำให้นักลงทุนที่ขอมาร์จิ้นขายหุ้นดังกล่าว เพื่อนำเงินออกมาหมุนก่อน เพราะถ้าขายหุ้นออกมา และถ้าราคาหุ้นปรับตัวลงแรงอาจเป็นอันตรายได้ เพราะนักลงทุนดังกล่าวก็มีการขอมาร์จิ้น และ Block Trade มาจำนวนมากด้วย


ซึ่งถ้านักลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน สุดท้ายอาจตัดสินใจนำหุ้นที่มีไปวางจำนำในราคาต่ำกว่ากระดาน เพื่อนำเงินไปจมอยู่กับสินทรัพย์อื่น ๆ พอถึงกำหนดที่ต้องคืนเงินกลับไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ตามกำหนด ส่งผลให้หุ้นที่จำนำไว้ถูกปาทิ้ง


ทำให้ราคาหุ้นจะเริ่มปรับตัวลง และตามมาด้วยโบรกเกอร์ที่ปล่อยมาร์จิ้น รวมถึง Block Trade ต้องรีบโทรแจ้งนักลงทุน เพื่อให้เจ้าตัวมาเติมเงินหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลงไป แต่เมื่อที่ตัวไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะไปเติมเงินตามกำหนดได้ ทำให้โบรกเกอร์ต้องตัดสินใจฟอร์ซเซล เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำกว่าเกณฑ์ และด้วยความที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักสะสมของ และขอมาร์จิ้นไว้เป็นจำนวนมากกับหลายโบรกเกอร์ จึงทำให้เหตุการณ์นี้สร้างความเจ็บปวดด้านการเงินกับนักลงทุนอย่างหนักหน่วง

เปิดชื่อ 40 หุ้น ถูกใช้วางมาร์จิ้นสูง 10-40%

ขณะที่ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลหุ้นที่ถูกนำวางมาร์จิ้นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ล่าสุด (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน เม.ย.2569) พบมีหุ้นถึง 113 บริษัท ที่มีสัดส่วนการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดมากกว่า 5% ขึ้นไป และมีอีก 40 บริษัท ที่มีสัดส่วนการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดมากกว่า 10% โดย 40 อันดับหุ้นที่ถูกวางมาร์จิ้นสูงสุด มีดังนี้

40 บจ. ถูกวางมาร์จิ้นสูง
ชื่อย่อหุ้นจำนวน (ลห.)%หุ้นวางมาร์จิ้น/หุ้นทั้งหมดผู้ถือหุ้นรายย่อย (ราย)
[วันปิดสมุด]
NOBLE493.043619,258 [26 มี.ค.69]
SAAM103.8432.76967 [9 มี.ค.69]
A5371.1030.701,619 [12 มี.ค.69]
EP200.8121.543,529 [16 มี.ค.69]
TAPAC82.7020.103,219 [18 เม.ย.67]
ACE2,012.7419.9815,062 [27 มี.ค.69]
SFLEX160.5719.584,110 [13 มี.ค.69]
APCS125.7319.051,000 [13 มี.ค.69]
LPN269.5518.5419,564 [12 มี.ค.69]
IMH41.6817.592,523 [18 มี.ค.69]
KCE201.9617.0933,272 [24 มี.ค.69]
NNCL349.5817.072,785 [24 มี.ค.69]
DITTO117.3316.917,200 [16 มี.ค.69]
TAKUNI126.9015.865,984 [25 มี.ค.69]
88TH31.8014.973,053 [13 มี.ค.69]
PDJ87.9514.833,306 [17 มี.ค.69]
STPI268.1914.809,044 [27 มี.ค.69]
SA173.9914.511,518 [11 มี.ค.69]
MK199.0513.983,188 [31 มี.ค.69]
AQUA793.9313.905,946 [20 มี.ค.69]
SKY98.4213.722,872 [18 มี.ค.69]
III110.3413.665,936 [12 มี.ค.69]
IRCP84.5513.566,086 [17 มี.ค.69]
BR123.1513.483,949 [31 มี.ค.69]
SAMART127.8812.717,447 [19 มี.ค.69]
TEAMG103.2012.627,275 [11 มี.ค.69]
XO53.0712.396,156 [10 มี.ค.69]
LPH87.8612.204,307 [13 มี.ค.69]
PREB36.3211.773,226 [12 มี.ค.69]
SINGER92.8211.3914,234 [26 ก.พ.69]
NETBAY21.8510.934,400 [16 มี.ค.69]
SNNP96.3710.717,880 [17 มี.ค.69]
AMC50.6810.562,018 [20 มี.ค.69]
PCE284.1510.331,534 [6 มี.ค.69]
PLANB473.1910.298,516 [27 ก.พ.69]
MAJOR77.9210.288,023 [9 มี.ค.69]
ONEE240.8810.1210,887 [20 มี.ค.69]
SUSCO100.6910.0710,202 [13 มี.ค.69]
CGD829.3010.037,127 [16 มี.ค.69]
JUBILE17.34102,133 [12 มี.ค.69]
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)


40 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 31 บริษัท ขณะที่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) มีจำนวน 9 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ติดโผมากสุด จำนวน 7 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง และสื่อและสิ่งพิมพ์ ที่ติดโผจำนวน 4 บริษัท เท่ากัน


บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) เป็นบริษัทที่ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดสูงสุดถึง 36% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้น 493.04 ล้านหุ้น โดย NOBLE มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นทั้งหมด 19,258 ราย


รองลงมา คือ บมจ.เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ (SAAM) ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด 32.76% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้น 103.84 ล้านหุ้น โดย SAAM มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นทั้งหมด 967 ราย


นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 บริษัท ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดมากกว่า 20% นำโดย บมจ.แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป (A5) ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด 30.70% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้น 371.10 ล้านหุ้น โดย A5 มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นทั้งหมด 1,619 ราย


ด้าน บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด 21.54% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้น 200.81 ล้านหุ้น โดย EP มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นทั้งหมด 3,529 ราย


ขณะที่ บมจ.ทาพาโก้ (TAPAC) ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้น คิดเป็นการวางมาร์จิ้น/จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด 20.10% หรือคิดเป็นจำนวนหุ้น 82.70 ล้านหุ้น โดย TAPAC มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นทั้งหมด 3,219 ราย

ราคาหุ้นปีนี้ ส่วนใหญ่ยืนทาง”ลบ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจผลตอบแทนราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ของทั้ง 40 บริษัทดังกล่าว พบว่า ส่วนใหญ่ปรับตัวลง 23 บริษัท ขณะที่ 16 บริษัท ราคาหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้ ส่วนอีก 1 บริษัท ราคาหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยยังสามารถ”บวก”ได้ 0.46% ดังนี้

40 บจ. ถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้นสูง ส่วนใหญ่ผลตอบแทนราคาปีนี้ยืนทาง”ลบ”
ชื่อย่อหุ้นจำนวน (ลห.)%หุ้นวางมาร์จิ้น/
หุ้นทั้งหมด
ราคาปิดล่าสุด (บ.)*%chg YTD
NETBAY21.8510.939.6-54.93
AQUA793.9313.900.1-33.33
PDJ87.9514.830.96-23.20
NOBLE493.04361.83-15.28
EP200.8121.541.03-14.17
XO53.0712.3912.9-12.24
MK199.0513.980.52-11.86
SFLEX160.5719.582.8-10.83
TEAMG103.2012.622.82-10.76
SNNP96.3710.716.6-10.20
SAAM103.8432.764.78-9.81
IRCP84.5513.560.27-6.90
MAJOR77.9210.286.7-5.63
IMH41.6817.592.92-4.58
PREB36.3211.773.42-2.84
SUSCO100.6910.072.04-1.92
DITTO117.3316.9110.7-1.83
PCE284.1510.332.3-1.71
ACE2,012.7419.981.29-1.53
88TH31.8014.974.34-1.36
A5371.1030.701.83-1.08
LPH87.8612.203.68-1.08
SA173.9914.517.2-0.69
CGD829.3010.030.11ไม่เปลี่ยนแปลง
SAMART127.8812.715.550.91
III110.3413.664.121.48
TAKUNI126.9015.860.372.78
JUBILE17.34107.152.88
APCS125.7319.051.494.20
LPN269.5518.541.594.61
BR123.1513.481.714.91
NNCL349.5817.071.585.33
PLANB473.1910.294.166.67
STPI268.1914.805.0511.73
AMC50.6810.562.2814.57
ONEE240.8810.122.7428.04
SKY98.4213.7214.328.83
SINGER92.8211.397.247.54
KCE201.9617.0934.7590.93
TAPAC82.7020.10N/AN/A
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) *ราคาปิดล่าสุด 26 พ.ค.69

บมจ.เน็ตเบย์ (NETBAY) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลงมากที่สุดถึง 54.93% ขณะที่ มีอีก 2 บริษัท ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลงมากกว่า 20% ประกอบด้วย บมจ.อควา คอร์เปอเรชั่น (AQUA) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 33.33% และ บมจ.แพรนด้า จิวเวลรี่ (PDJ) ราคาหุ้น YTD ปรับตัวลง 23.20%


ฟาก กลุ่มที่ราคาหุ้นปีนี้สามารถปรับตัวขึ้นได้ นำโดย บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 90.93% รองลงมา คือ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 47.54%


ส่วนอีก 2 บริษัท ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% นำโดย บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 28.83% และ บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ONEE) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 28.04%

แนะลงทุนต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน !

“กรรณ์ หทัยศรัทธา” นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับหุ้นที่มีการวางค้ำประกันในจำนวนสัดส่วนสูง ๆ แน่นอนเมื่อเวลาเกิดผลกระทบเชิงลบจะส่งผลต่อราคาหุ้นรุนแรง ดังนั้น จึงแนะนำนักลงทุนเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น


ต้องพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อนว่า หุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หรือไม่ ? ถ้าเป็นหุ้นประเภทดังกล่าว ความน่าสนใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศจะมีน้อยในระยะถัดไป รวมทั้ง ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรกของบริษัท ต้องพิจารณาว่า มีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นอยู่ด้วยหรือไม่ ?


ถ้าปรากฎว่าไม่มีเลย มีแต่เป็นชื่อคนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นประเภทดังกล่าวออกไปก่อน แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงมาลึกแค่ไหนก็ตาม ประเมินว่า ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวของราคาหุ้นในระยะข้างหน้า


ด้าน “ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เสริมว่า สำหรับหุ้นที่ถูกวางมาร์จิ้นไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าจะเป็นหุ้นที่อันตรายเสมอไป โดยการวางมาร์จิ้นถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการลงทุนอีกหนึ่งอย่างเท่านั้นเอง


ทั้งนี้ การลงทุนในตลาดหุ้นไทย นักลงทุนไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหุ้นที่ถูกวางมาร์จิ้นเสมอไป เพราะปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ปัจจัยพื้นฐานดีถูกนำหุ้นวางมาร์จิ้นให้เห็นก็มี ถ้ามัวแต่โฟกัสประเด็นดังกล่าวมากจนเกินไป อาจจะทำให้พลาดโอกาสในการลงทุนหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีได้เหมือนกัน เนื่องด้วยการลงทุนยังต้องโฟกัสที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ส่วนบัญชีมาร์จิ้นเป็นความเสี่ยงระยะสั้นที่อาจเข้ามากระทบต่อราคาหุ้นในช่วงสั้นได้ ดังนั้น นักลงทุนก็ต้องทำการบ้านดี ๆ ก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน


ติดตามข้อมูลหุ้นที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles

Related Topics

Reporting by

Jirayu Khunnangprasert

Jirayu Khunnangprasert

Senior Reporter, efinanceThai