SQ หนี้อ่วม ขาดทุนต่อเนื่อง ไร้สภาพคล่อง ล่าสุดถูกแขวน SP-CS หลังผู้สอบฯ ไม่ให้ข้อสรุปงบฯ

efinAI
หุ้น SQ โดนสั่งพักซื้อขายขึ้น SP จากนั้นจะโดนแขวนเครื่องหมาย CS เหตุผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปงบการเงิน Q1/69 หลังหนี้ท่วม สภาพคล่องหาย ผิดชำระหนี้หุ้นกู้ แถมธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง พบราคาหุ้นเคยพีกถึง 8.40 บาท ก่อนล่าสุดเหลือ 0.26 บาท พบบิ๊กเนมถือเพียบ ส่วนรายย่อยติดดอย 5,090 ราย
ตลท.ขึ้น SP หุ้น SQ เหตุผู้สอบฯ ไม่ให้ข้อสรุปงบฯ Q1/69
15 พ.ค.69 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย “SP” (ห้ามซื้อขาย) หุ้น บมจ.สหกลอิควิปเมนท์ (SQ) เนื่องจาก “ผู้สอบบัญชี” ไม่แสดงความเห็น/ไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินไตรมาส 1/69 เพื่อให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. อาจสั่งการให้บริษัทแก้ไขงบการเงินได้
ทั้งนี้กำหนดปลดเครื่องหมาย “SP” วันที่ 18 พ.ค.69 แต่จะขึ้นเครื่องหมายเตือน “CS” โดยหุ้น SQ จะต้องซื้อขายด้วยบัญชี Cash Balanc จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้
หนี้ท่วมแถมขาดสภาพคล่อง
รายงานผู้สอบบัญชี จาก “สำนักงาน อีวาย” แยกได้เป็น 3 ประเด็นสำคัญ คือ
1.วิกฤติสภาพคล่อง ณ 31 มี.ค.69 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 2,035 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี ถึง 637 ล้านบาท
2.ผู้ถือหุ้นกู้ไม่อนุมัติปรับโครงสร้างและผ่อนผันหนี้หุ้นกู้ เมื่อการประชุม 31 มี.ค.69 ขณะเดียวกันล่าสุดเดือน พ.ค.69 โดนทวงถามให้ฝากเงินเข้าบัญชีหลักประกันงวด เม.ย.69 จำนวน 20.75 ล้านบาท ภายใน 30 วัน แต่จนถึงวันที่ออกรายงาน ยังไม่ได้นำเงินไปฝากตามกำหนด
3.ผลกระทบ “ดินถล่ม” ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่ง SQ อยู่ระหว่างเจรจาเคลมประกันและปรับแผนงานจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำเนินงานตามสัญญาจ้าง
SQ แจงเตรียมเจรจาเจ้าหนี้รอบทิศ
“ศาศวัต ศิริสรรพ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SQ ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า 26 พ.ค.นี้ จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้อีกครั้งเผื่อขอผ่อนผันเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิและเสนอปรับโครงสร้างหุ้นกู้ทั้ง 6 รุ่น ขณะเดียวกันจะเจรจากับสถาบันการเงิน, เจ้าหนี้กู้ยืม และ เจ้าหนี้การค้า เพื่อขอขยายเวลาชำระหนี้ ซึ่งเชื่อมั่นว่า หากสามารถดำเนินการตามแนวทางและมาตรการดังกล่าวได้ จะช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นและดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ผ่างบ ขาดทุนอ่วม หนี้สูง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/69 ยังขาดทุนต่อเนื่องอีก 199 ล้านบาท จากสิ้นปี 68 ที่ขาดทุน 931 ล้านบาท ปี 67 ขาดทุน 51 ล้านบาท
ขณะที่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นถึง 2.62 เท่า แต่อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยติดลบถึง 29.51 เท่า โดยมีหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ 5,840.8 ล้านบาท (หมุนเวียน 3,005.3 ล้านบาท) มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 7,476.6 ล้านบาท (หมุนเวียน 970.4 ล้านบาท) และมีส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,635.8 ล้านบาท ลดลง 10.8% จากสิ้นปี 68
ขณะเดียวกัน SQ มีหุ้นกู้รวม 6 ชุด มูลค่ารวม 1,703.74 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4.25-6.01% จะครบกำหนดชำระงวดแรก 19 มิ.ย.71 จนถึง 20 ธ.ค.72 และเริ่มผิดชัดชำระเมื่อ ก.ย.68 (หุ้นกู้ชนิดทยอยชำระคืนเงินต้น)
ราคาหุ้นเคยพีกถึง 8.40 บาท ล่าสุดเหลือ 0.26 บาท
SQ ขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 26 ต.ค.2559 ราคา 3.20 บาท (พาร์ 1 บาท) ในหมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง ดำเนินธุรกิจให้บริการงานด้านการทำเหมืองแร่อย่างครบวงจร โดยให้บริการทำเหมืองถ่านหินแบบบ่อเปิด (Open Pit Mining) ครอบคลุมงาน การวางแผนงานเหมืองและขนส่ง การปฎิบัติงานเปิดหน้าเหมือง การเป็นที่ปรึกษางานเหมือง และการบริการให้เช่าเครื่องจักรขนาดใหญ่และงานซ่อมบำรุง ปัจจุบันดำเนินโครงการเหมืองแม่เมาะโครงการ 8 และโครงการเหมืองหงสา ประเทศลาว
หลังเข้าตลาดฯ ราคาเป็นทรงขาขึ้นจนไปทำสถิติตลอดกาล (All Time High) ที่ 8.40 บาท เมื่อ 9 พ.ย.60 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 162.5% จาก IPO ก่อนจะหมดรอบ และปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากนั้น แม้จะฟื้นได้ขึ้นมาได้บ้างบางปี แต่ก็ไปไม่ถึงไหน จนหลุด 1 บาทเมื่อปลายปี 67 จากนั้นก็กลายเป็นหุ้นต่ำบาทตลอดมา ล่าสุด 14 พ.ค.69 อยู่ที่ 0.26 บาท
ส่วนผลประกอบการจุดสูงสุดก็อยู่ที่ปี 60 เช่นกัน มีกำไรสุทธิ 360 ล้านบาท จากนั้นปี 61 พลิกขาดทุน แม้จะฟื้นกลับมาได้ในปี 62-64 แต่จากนั้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนขาดทุนเพิ่มในปี 67 และขาดทุนสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯ ในปี 68
ณ รายงานประจำปี 68 ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ประกอบด้วย บริการงานด้านการทำเหมืองแร่ครบวงจร (Mining Service Business) โดยเหมืองที่บริษัทฯ ให้บริการดำเนินงาน จะเป็นการทำเหมืองถ่านหินแบบบ่อเปิด (Open Pit Mining) ซึ่งเป็นการเปิดหน้าดินเป็นบ่อลึกลงไปจนถึงชั้นถ่านหิน แล้วจึงทำการขุดถ่านหินออกมาใช้งาน มีรายได้จากการรับจ้างเหมาช่วงจาก 6 โครงการหลัก คือ โครงการเหมืองแม่เมาะ 8, โครงการเหมืองหงสา D, โครงการเหมืองหงสา หงสา O&M, โครงการ North Pit Wall Expansion,โครงการ Built Lease and Transfer (BLT) และโครงการเหมืองแม่เมาะ 8/1
บิ๊กลงทุนถือหุ้นเพียบ
สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SQ นอกจากอันดับ 1. บริษัท เอสวีพีเค จำกัด ของครอบครัว “ศิริสรรพ์” ซึ่งถือ 228.75 ล้านหุ้นสัดส่วน 19.91% พบว่ามีนักลงทุนรายใหญ่, อดีตกรรมการ และผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ชื่อดังหลายรายรวมถือหุ้นด้วย ได้แก่
อันดับ 2. “ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล” หรือ “หม่อมอุ๋ย” อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รวมถึงอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่หลาย บจ. ถือ 70 ล้านหุ้น สัดส่วน 6.09% ซึ่งมีหุ้นมาตั้งแต่ IPO ปัจจุบันนั่งเป็น “ประธารกรรมการ” ด้วย
อันดับ 3. “ทรงยศ เอื้อวัฒนา” ถือ 45.57 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.97% ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 2 บจ. คือ บมจ.เอสจี แคปปิตอล (SGC) จำนวน 32 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.51% และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) จำนวน 6.5 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.80%
อันดับ 4.”เกียรติศักดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา” ถือ 27.26 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.37% และถือหุ้นใหญ่อีกถึง 7 บจ. ประกอบด้วย บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) จำนวน 6.7 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.89%, บมจ.เคมีแมน (CMAN) จำนวน 12.25 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.28%, บมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) จำนวน 137.05 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.46%, บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) จำนวน 16.95 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.92%, บมจ.พรีบิลท์ (PREB) จำนวน 9.18 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.97%, บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) จำนวน 17.33 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.6% และ บมจ.ไทยมิตซูวา (TMW) จำนวน 0.22 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.56%
ทั้งนี้ ณ วันปิดสมุด 1 เม.ย.69 มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวม 5,090 ราย
ส่วนทีมบริหารนำโดย “นพพันธป์ เมืองโคตร” ตำแหน่งรองประธานกรรมการ/ประธานกรรมการบริหาร, “ศาศวัต ศิริสรรพ์” ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, “วิทวัส ศิริสรรพ์” ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และ “กวิตม์ ศิริสรรพ์”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน
Related Topics
Reported by

Sarapong Nuntivong
Senior News Editor, efinanceThai







