OSP ร่างทอง! กำไร Q1/69 นิวไฮทะลุ 1.1 พันลบ. ลีนต้นทุนจนมาร์จิ้นพุ่ง

รูป OSP ร่างทอง! กำไร Q1/69 นิวไฮทะลุ 1.1 พันลบ. ลีนต้นทุนจนมาร์จิ้นพุ่ง

efinAI


ใครที่ยังติดภาพจำว่า “บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP” เป็นเพียงหุ้นเครื่องดื่มดั้งเดิมที่เติบโตเรื่อยๆ แบบไม่หวือหวา อาจต้องขยี้ตาดูงบไตรมาส 1/2569 กันใหม่ เพราะตัวเลขที่เพิ่งประกาศออกมา ดูเหมือนอัปเกรดร่างใหม่จนเป็นที่น่าจับตาโดยโชว์กำไรทะยานแตะ 1,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากปีก่อน และพุ่งแรงถึง 40.7% จากไตรมาสก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จุดที่ทำให้ตลาดตื่นเต้น ไม่ใช่แค่กำไรโต แต่คือคุณภาพของการเติบโตที่ดูแข็งแรงขึ้นแบบเห็นได้ชัด เพราะรายได้รวมอยู่ที่ 6,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) และ เพิ่มขึ้น 7.9% เทียบช่วงเดียวกันไตรมาสก่อน (QoQ) บนฐานการเปรียบเทียบแบบ Like-for-Like ที่มีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันแล้ว หมายความว่าตัวเลขที่เห็นคือ เนื้อเน้นๆ ไม่ใช่อานิสงส์ค่าเงินหรือเกมบัญชี

ยิ่งไปกว่านั้น OSP ยังสร้างสถิติใหม่ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่พุ่งแตะ 42.5% สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนว่า บริษัทไม่ได้โตจากการขายเยอะเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเข้าสู่เฟสทำกำไรเก่งขึ้นอย่างชัดเจน

สูตรลับ OSP “ลีนไขมัน-อัปราคา” จนกำไรพุ่ง

สิ่งที่น่าชื่นชม คือ วิธีคิดของทีมผู้บริหาร ที่เปลี่ยน OSP จากบริษัทเครื่องดื่มดั้งเดิม ให้กลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นเลิศในการดำเนินงาน (Operational Excellence) แบบจริงจัง

โดยหัวใจสำคัญคือ การรวมศูนย์การผลิตไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยลดทั้งต้นทุนการผลิต โลจิสติกส์ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนในระบบหลังบ้าน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลงแรงถึง 17.9% YoY และ 19.8% QoQ

พูดง่ายๆ คือ OSP กำลังลีนไขมันออกจากองค์กร จนเริ่มเห็นกล้ามของกำไรชัดขึ้นทุกไตรมาส

ขณะเดียวกัน บริษัทไม่ได้แข่งด้วยของถูก แต่เลือกเดินเกมการขายสินค้ามูลค่าสูงขึ้น (Premiumization) และยังทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า เช่น เอ็ม-150 ฝาทอง ราคา 12 บาท,

 ลิโพวิตัน-ดี 150 มล. ราคา 15 บาท ที่เพิ่มปริมาณแต่ยังเข้าถึงง่าย ส่งผลให้ทั้งยอดขายและมาร์จิ้นเติบโตพร้อมกัน

โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ ที่โตถึง 14.7% YoY ถือเป็นสัญญาณว่า OSP ไม่ได้แค่รักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังดันสินค้าใหม่ให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นได้สำเร็จ

เกมรับแน่น! ล็อกต้นทุนล่วงหน้า รับมือโลกผันผวน

อีกจุดที่สะท้อนความมืออาชีพของทีมบริหาร คือการรับมือความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานที่ผันผวน แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งราคาน้ำมัน ค่าแพ็กเกจจิ้ง และซัพพลายเชน

แต่ OSP ใช้กลยุทธ์การเตรียมพร้อม รับมือ และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว (Supply Resilience)
เข้ามาเป็นเกราะป้องกัน โดยล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 3-6 เดือน ควบคู่กับการปรับวัสดุ
บรรจุภัณฑ์เชิงรุก และใช้ประโยชน์จากการรวมศูนย์การผลิตเพื่อซับแรงกระแทกด้านต้นทุน

สิ่งนี้สะท้อนว่า OSP ไม่ได้เก่งแค่ขายของ แต่เก่งเรื่องบริหารความเสี่ยง และพร้อมรับมือกับความผันผวนระยะยาว

 

หุ้นที่ไม่ได้โตแค่กำไร แต่โตเรื่องความน่าเชื่อถือ

อีกประเด็นที่นักลงทุนสายพื้นฐานให้ความสนใจ คือความโปร่งใสในการรายงานผลประกอบการของ OSP รอบนี้ แม้การปรับมาตรฐานและฐานอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ จะทำให้ตัวเลขรายได้และกำไรบางส่วนดูน้อยลง เมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม

แต่บริษัทเลือกเปิดเผยข้อมูลแบบตรงไปตรงมา พร้อมกางตัวเลขเปรียบเทียบ Like-for-Like ให้เห็นทั้งก่อนและหลังปรับฐานอย่างชัดเจน

สะท้อนภาพของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล ความถูกต้อง และความจริงใจต่อนักลงทุน มากกว่าการทำให้ตัวเลขดูสวยระยะสั้น

 

OSP รอบนี้อาจไม่ใช่หุ้นเครื่องดื่มแบบเดิมอีกต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/2569 กำลังทำให้หลายคนเริ่มมอง OSP ใหม่ ในฐานะบริษัทที่ไม่ได้มีดีแค่แบรนด์แข็ง แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องจักรทำกำไร ที่บริหารต้นทุนเก่งขึ้นทุกปี จากหุ้นเครื่องดื่มดั้งเดิม วันนี้ OSP กำลังโชว์ภาพขององค์กรที่ ลีนขึ้น คล่องขึ้น และมีกล้ามกำไรชัดขึ้น

หากบริษัทยังรักษาโมเมนตัมแบบนี้ต่อเนื่อง หุ้น OSP อาจกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการจับจ่ายใช้สอยและการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค ที่น่าจับตา ในปี 2569 สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานแน่น แบรนด์แข็ง และกำไรนิวไฮแบบยั่งยืน

Related Topics

Reported by

Surametee Maneesukho

Surametee Maneesukho

News Editor, efinanceThai